ังเข้าไปอีก เจ้าก็จะเกิดภาพหลอนเช่นกัน” อีกฝ่ายพูดด้วยความมั่นใจ
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินยิ้มอย่างไม่สนใจ
“อย่างไร? คงไม่คิดว่าทักษะของข้าจะมีเพียงเท่านี้หรอกนะ?” อีกฝ่ายย้อนถาม
“ข้าคิดเช่นนั้นเสียแล้ว” เพื่อพูดยั่วยุอีกฝ่าย ลู่เฉินจึงหัวเราะขึ้นมา
หญิงสาวพลันหัวเพราะขึ้นมา “ดูเหมือนข้าคงต้องให้เจ้าได้สัมผัสเสียงของข้าจริง ๆ เสียแล้ว!”
พูดจบ อีกฝ่ายจึงเริ่มร้องเพลงขึ้นมาอีกครั้ง เสียงร้องไพเราะมากขึ้น และคุกคามผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเซี่ยอีฉานได้ฟังแล้ว ก็รู้สึกราวกับมีบางอย่างกำลังสัมผัสบนร่างกายของตน
ฮั่วเตาหลางเองก็รู้สึกเช่นกัน
และความรู้สึกนี้ก็ไม่สามารถกำจัดออกไปได้ ทำให้เซี่ยอีฉานหวาดกลัวจนพูดออกมาด้วยความตื่นตระหนก “นายท่าน นาง… นางกำลังสัมผัสข้า!”
ลู่เฉินมองเซี่ยอีฉานแล้วยิ้มหยันออกมา “ข้าบอกแล้วว่าเป็นภาพหลอน”
“นายท่าน ข้ารู้ว่าเป็นภาพหลอน แต่ความรู้สึกเช่นนี้ราวกับเกิดขึ้นจริง ๆ และนางกำลังอยู่รอบตัวข้า” เซี่ยอีฉานรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียสติไป
ชายหนุ่มพลันแสยะยิ้มออกมา กู่ฉินเริ่มบรรเลงขึ้นมาอีกครั้ง เซี่ยอีฉานจึงกลับมาเป็นปกติทันที
เรื่องนี้ทำให้เซี่ยอีฉานรู้สึกดีใจ “ขอบคุณนายท่าน”
ฮั่วเตาหลางเองก็กลับเป็นปกติเช่นกัน แต่หญิงสาวที่อยู่ในมุมมืดนั้นกลับรู้สึกสนใจขึ้นมา “คิดไม่ถึงว่าเพียงกู่ฉินของขั้นหลอมแก่นแท้ จะสามารถควบคุมเสียงของข้าได้”
“ดังนั้นการโจมตีข