้
สิ่งนี้ทำให้ทั้งสองคนตกใจ โดยเฉพาะเสวี่ยหลิงเยว่ที่ยังไม่เข้าใจจึงโพล่งถามว่า “นี่มันเกิดอันใดขึ้น?”
“อ้า เจ้าต้องถามสตรีศักดิ์สิทธิ์ดู นางน่าจะรู้ดี” ลู่เฉินส่งยิ้มให้กับเสวี่ยหลิงเยว่
เสวี่ยหลิงเยว่ไม่รู้ว่าลู่เฉินทำอะไรไป ดังนั้นนางจึงมองไปที่รูปปั้นน้ำแข็ง
สตรีศักดิ์สิทธิ์ในรูปปั้นน้ำแข็งสัมผัสได้ถึงสภาพแวดล้อมและพูดว่า “เมื่อเขาเข้ามาก็ได้เคลื่อนย้ายค่ายกลโดยรอบ ดังนั้นตอนนี้ค่ายกลนั้นจึงถูกควบคุมโดยเขา ไม่ใช่เรา”
เสวี่ยหลิงเยว่ตกใจ “เขาทรงพลังขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ?”
“ใช่ แต่ข้าเตรียมตัวไว้นานแล้ว” สตรีศักดิ์สิทธิ์หัวเราะ
หลังจากพูดอย่างนั้น ตราประทับอักขระยันต์สีน้ำเงินใต้ดินก็กะพริบ จากนั้นกระแสน้ำวนก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะพารูปปั้นน้ำแข็งและเสวี่ยหลิงเยว่ออกไป ในเวลาเดียวกัน ก่อนออกเดินทางสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็พูดกับลู่เฉินว่า “เจ้าหนู ข้าจะเล่นกับเจ้าในพื้นที่ที่เจ็ดนี้อย่างดีเลย! หวังว่าเจ้าจะไม่ตายเร็วเกินไปนักล่ะ!”
จากนั้นอีกฝ่ายก็หายตัวไป
ลู่เฉินมีตราประทับลิ่วกุ้ยบนวิญญาณของเสวี่ยหลิงเยว่ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับที่อีกฝ่ายจากไปมากนัก กลับกัน เขาอยู่ต่อพลางเดินไปรอบ ๆ พระราชวังใต้ดิน เพื่อดูว่าสำนักเหมันต์สงัดเหลืออะไรไว้บ้าง
ก่อนจะพบว่าพระราชวังใต้ดินนี้ใหญ่มาก
ไม่เพียงเท่านั้น ทั่วพระราชวังใต้ดินแห่งนี้ยังมีห้องลับเล็ก ๆ อีกมากมาย โดยห้องลับเหล่านี้มีหุ่นกลอยู่จำนวนมาก
หุ