นรู้สึกขนลุก “เจ้าคือผู้ใด?”
“เจ้ากำลังตามหาพวกเรามิใช่หรือ?” หญิงสาวหัวเราะ
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น “สำนักเหมันต์สงัด?”
“ดูเหมือนเจ้าจะไม่โง่” หญิงสาวยิ้มประหลาด
“เจ้าถึงกับกล้าเป็นฝ่ายเข้ามาหาก่อน?” ลู่เฉินย้อนถาม
หญิงสาวแสยะยิ้ม “เหตุใดต้องไม่กล้ากัน?”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้เจ้าลองพูดมาเถิด เจ้ามีนามว่าอย่างไร และสตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นส่งเจ้ามาทำสิ่งใด?” ลู่เฉินจ้องมองผู้เฒ่าเตาที่ถูกครอบครองร่างกายพลางเอ่ยถาม
หญิงสาวภายในร่างของผู้เฒ่าเตาพูด “ข้ามีนามว่าเสวียหลิงเยว่ ส่วนเจ้า สามารถเรียกว่าว่าหลิงเยว่ได้”
“จำเป็นต้องสนิทกันถึงเพียงนั้นเชียว?”
“สตรีศักดิ์สิทธิ์ของเราบอกแล้ว ว่าต้องต้อนรับเจ้าเป็นอย่างดี” เสวียหลิงเยว่ยิ้มหยัน
ลู่เฉินไม่ได้พูดให้มากความ เพียงนำธนูเงามารออกมา ทันใดนั้นเสวียหลิงเยว่ก็ตะโกนขึ้น! “น่ากลัวมาก”
เมื่อพูดจบ เสวียหลิงเยว่จึงใช้ร่างกายของผู้เฒ่าเตาหลอมรวมแสงทองออกมา ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น “เจ้ายังสามารถควบคุมเขาได้หรือ?”
“เพียงชายชราคนหนึ่งเท่านั้น มีสิ่งใดให้ควบคุมได้ยากกัน?”
ลู่เฉินอดไม่ได้ที่จะชื่นชมพลังของอีกฝ่าย เพราะชายชราผู้นี้นับว่าไม่ธรรมดา แต่อีกฝ่ายกลับสามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย มันทำให้เขาต้องเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ดูเหมือนความแข็งแกร่งของเจ้าจะไม่ธรรมดา!”
“แน่นอน ข้าคือศิษย์ของอู๋เสี่ย ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเหมันต์สงัด!”
“อู๋เสี่ย…” ลู่เฉินชะงักเมื่อไ