จึงแสยะยิ้มออกมา “ไม่แน่ว่าข้าอาจจะเก่งกาจกว่าเขาก็เป็นได้”
“นี่เจ้าคิดจะพูดตลกกับข้าหรือ?” เสวียหลิงเยว่อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
“เจ้าออกมาจากร่างของเขาดีกว่า มิเช่นนั้นหากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ ข้าอาจจะรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาได้” ลู่เฉินสบถออกมา
“ตอนนี้ยังไม่ได้ เพราะข้ายังต้องใช้ประโยชน์จากเขา” เมื่อเสวียหลิงเยว่พูดจบ นางจึงรีบควบคุมผู้เฒ่าเตาและออกไปทันที ในขณะเดียวกันก็โยนศิลาวิญญาณออกมาชิ้นหนึ่ง และหัวเราะขึ้นมา “ทำตามสิ่งที่อยู่บนนั้น หลังจากนั้นเจ้าจะสามารถหาข้าพบ”
ลู่เฉินนำศิลาวิญญาณขึ้นมา และมองแผนที่เส้นทางที่ถูกบันทึกอยู่ด้านบนอย่างละเอียด
แต่ชายหนุ่มยังไม่ค่อยเข้าใจนัก เหตุใดอีกฝ่ายจึงใจกว้างและหลอกล่อเขาไปเช่นนี้ อีกทั้งผู้เฒ่าเตายังมีประโยชน์ใดต่อพวกเขากัน
ทว่าอีกฝ่ายไม่ได้อธิบายใด ๆ ดังนั้นจึงทำได้เพียงนำเฮยหลวนและเจี่ยอันออกมา
“อาจารย์ ชายชราผู้นั้น?” เฮยหลวนแปลกใจ
เจี่ยอันถูกสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ทำให้หวาดกลัวขึ้นมา เพราะว่ารอบ ๆ เต็มไปด้วยรอยร้าว
ลู่เฉินเดินพลางพูด เมื่อเฮยหลวนได้ฟังจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “สำนักเหมันต์สงัดเป็นสถานที่เช่นไรกัน?”
เขามองไปยังเจี่ยอัน “เจ้าอธิบายให้นางฟังที”
เจี่ยอันจึงเล่าเรื่องของสำนักเหมันต์สงัดออกมา และยังพูดถึงสงครามเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน เฮยหลวนจึงพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “อาจารย์ ท่านคงจะไม่ใช่คนผู้นั้นเมื่อหนึ่งแสนปีก่อนหรอกนะ?”
ลู่เฉินยังไ