ยของเฮยหลวนก็หลอมรวมกันอย่างรวดเร็ว
ชั่วพริบตาถัดมาเฮยหลวนจึงค่อย ๆ ฟื้นขึ้น
เมื่อเฮยหลวนเห็นลู่เฉินจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ข้าอยู่ที่ใดกัน?”
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ไม่รู้เลยหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม
เฮยหลวนส่ายหน้าด้วยความสงสัย
ชายหนุ่มจึงพูดขึ้นมา “ดูเหมือนต้องให้เจ้าค่อย ๆ ดูเสียแล้ว”
หลังจากนั้นภาพของลู่เฉินก็ถูกส่งเข้าไปภายในความคิดของเฮยหลวน
เมื่อได้เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เฮยหลวนจึงตกตะลึงขึ้นมา ก่อนจะมองลู่เฉินและคุกเข่าลงทันที
“ทำสิ่งใดกัน?”
“ก่อนหน้านี้ข้านับถือท่านเป็นอาจารย์เพราะถูกบีบบังคับ แต่ตอนนี้ท่านช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านคือผู้มีพระคุณของข้า ดังนั้นโปรดรับการคำนับนี้ด้วยเถิด” เมื่อเฮยหลวนพูดจบก็ก้มตัวคำนับทันที
ลู่เฉินยิ้ม “ศิษย์ของข้า น้อยนักที่จะคำนับข้าเช่นนี้”
“ศิษย์ของท่าน? มีใครบางหรือ?” เฮยหลวนแปลกใจ
“เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลังเถิด”
เฮยหลวนมองไปรอบ ๆ “เช่นนั้นตอนนี้พวกเราอยู่ที่ใดกัน?”
“ออกมาจากหุบเขาลึกแล้ว”
เมื่อเฮยหลวนได้ยินว่าออกมาจากหุบเขาลึกจึงรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย “ด้านนอกหุบเขาลึกอันตรายนัก และยิ่งเป็นพื้นที่ลำดับที่เจ็บของวังสินธุเหมันต์ บริเวณโดยรอบล้วนเต็มไปด้วยอันตราย”
“อย่างไรกัน? อยากกลับไปยังหุบเขาลึกงั้นหรือ?”
“ไม่ใช่เช่นนั้น เพียงแค่แปลกใจ เหตุใดท่านจึงต้องออกจากหุบเขาลึกด้วย?” เฮยหลวนคิดว่าลู่เฉินไปยังหุบเขาลึก เพื่อคิดจะเข้