าร่วมและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น
“ข้าไปหุบเขาลึกย่อมต้องมีเป้าหมาย”
เฮยหลวนไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก
“อีกไม่นานให้คนอื่น ๆ มาคุยกับเจ้าเถิด”
“คนอื่น?”
ลู่เฉินคิดจะให้ฟาเทียน เจี่ยอัน ฮั่วหลางและเฮยหลวนได้คุยกัน
แต่ฟาเทียนและฮั่วหลางพึ่งได้รับผลไม้จากลู่เฉิน ดังนั้นทั้งสองจึงอยู่ในช่วงเรียนรู้มัน และชายหนุ่มก็ไม่คิดจะไปรบกวนพวกเขา จึงทำได้เพียงปล่อยเจี่ยอันออกมา
ดวงตาทั้งสองข้างของเจี่ยอันดูราวกับก้อนหินที่แผ่กระจายแสงสีน้ำเงินออกมา
เฮยหลวนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เขาคือ?”
“ดวงตาของเขามีความพิเศษ เขาสามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในระยะร้อยก้าวได้” ลู่เฉินอธิบาย
เฮยหลวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ในระยะร้อยก้าว?”
“พวกเจ้าค่อย ๆ คุยกัน” เมื่อลู่เฉินพูดจบจึงเดินนำทั้งสองออกไป
เฮยหลวนมองเจี่ยอันพลางเอ่ยถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เจี่ยอันรู้เพียงเรื่องหลังจากลู่เฉินเข้าไปยังวังสินธุเหมันต์ แต่เรื่องที่มายังหุบเขาลึกนั้น เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน
แต่เฮยหลวนกลับตั้งใจฟังด้วยความสนใจ
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น ทั้งสามค่อย ๆ สัมผัสได้ถึงไอความเย็นที่ลอยเข้ามา เฮยหลวนจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “อาจารย์ เหตุใดจึงหนาวเย็นนัก?”
แม้เจี่ยอันจะสามารถมองเห็นในระยะร้อยก้าวได้ แต่ภายในระยะร้อยก้าวนั้นกลับไม่มีสิ่งใดพิเศษ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกแปลกใจเช่นกัน “นับว่าหนาวเย็นมากจริง ๆ”
“ด้านหน้าเป็นพื้นหิมะ”
“ว่าอย่างไรนะ? พื้นหิมะ” เฮยหลวนเบิ