นำลู่เฉินไปยังชั้นที่สาม คนอื่น ๆ เองก็ตามมาเช่นกัน ขณะเดินทาง คนเหล่านั้นก็ยังพยายามพูดจาโน้มน้าวลู่เฉินมากมาย
แต่ไม่ว่าคนเหล่านี้จะพูดอย่างไรก็ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อชายหนุ่ม
กระทั่งทุกคนมาถึงห้องหนึ่งภายในชั้นที่สาม ทุกคนจึงหยุดพูดลง เพราะลู่เฉินได้เข้าไปภายในห้องและขึ้นไปบนลานประลองภายในนั้นแล้ว
ผู้เฒ่าเตาเดินขึ้นไปบนลานประลองและเปิดเขตแดนป้องกันรอบ ๆ ขึ้น จากนั้นผู้เฒ่าเตาจึงพูดขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม หากหนีออกไปจากลานประลองหรือยอมแพ้ก็จะถือว่าเป็นผู้แพ้”
“เข้ามาเถิด” ลู่เฉินพูดด้วยท่าทางนิ่งเฉย
ผู้เฒ่าเตาแสยะยิ้ม “เจ้าหนุ่ม อันดับแรกข้ายอมรับว่าเจ้านั้นกล้าหาญ แต่ข้าคือผู้ที่มีความว่องไวที่สุดในหุบเขาลึกนี้”
“โอ้? เช่นนั้นก็เข้ามาเถิด ให้ข้าได้ชื่นชมหน่อยว่ารวดเร็วเพียงใดกัน”
ผู้เฒ่าเตาเผยรอยยิ้มแปลกประหลาดและหายตัวไปทันที จากนั้นจึงปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลัง และคิดใช้ฝ่ามือแสงทอง โจมตี ‘ลู่เฉิน’
ทุกคนคิดว่าผู้เฒ่าเตาต้องทำให้ลู่เฉินบาดเจ็บแน่ ดังนั้นแต่ละคนจึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
บางคนยังพูดด้วยความร้อนใจ “ผู้เฒ่าเตา เจ้าดุร้ายเกินไปแล้ว ลงมือรุนแรงเพียงนี้เชียวหรือ!?”
แต่ชั่วอึดใจถัดมาทุกคนกลับพบว่าลู่เฉินหายตัวไป และเห็นเพียงมนุษย์กระดาษที่ถูกบดขยี้จนกลายเป็นเศษซากตกลงสู่พื้น
ทุกคนตกตะลึงขึ้นมา รอยยิ้มของผู้เฒ่าเตาหายไป “นี่ทักษะใดกัน?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?” ชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นอีกครั