ิงไป๋ฮวาจึงยิ้มพลางพูดขึ้นมาว่า “ตัวต่อตัวจึงจะยุติธรรม”
เมื่อชายชราและพ่างจื่อเห็นภาพดังกล่าวก็ยิ่งรู้สึกกังวลใจ และคิดว่าลู่เฉินอาจจะรับมือไม่ไหวเสียแล้ว
ไป๋เซียงพลันยั่วยุขึ้นมาว่า “นอกจากหาตัวช่วย เจ้าก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ?”
ลู่เฉินแสยะยิ้ม “วิธีนั้นมีอยู่อีกมากนัก”
ไม่นานชายหนุ่มก็ใช้เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้า พร้อมพุ่งตัวไปยังไป๋เซียงทันที
ไป๋เซียงที่ในขณะนั้นอยู่ในร่างของเฮยหลวน เมื่อเห็นว่าลู่เฉินพุ่งตัวเข้ามา นางจึงรวบรวมชั้นเขตแดนแสงสีเขียวขึ้นมาเพื่อป้องกันอีกฝ่ายทันที และกระบี่ทั้งสองเล่มนั้นก็โจมตีเงาวิญญาณสายฟ้าอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าเงาวิญาณสายฟ้าไม่เกรงกลัวการโจมตีของเคล็ดวิชาธรรมดาเช่นนี้ ลู่เฉินจึงสามารถเข้าไปภายในร่างของเฮยหลวน และไปถึงพื้นที่จิตของนางได้อย่างง่ายดาย
ภายในพื้นที่จิตของเฮยหลวน รอบ ๆ วิญญาณของหญิงสาวเต็มไปด้วยหมอกสีเขียว และหมอกเหล่านี้ก็ทำให้นางอยู่ในอาการหลับใหล ราวกับไม่รู้ว่ากำลังเกิดเรื่องใดขึ้น
ส่วนวิญญาณของไป๋เซียงยืนยิ้มมองลู่เฉินอยู่ไม่ไกลนัก “ไม่เลว ถึงกับสามารถเข้ามาถึงพื้นที่จิตของนางได้!”
ลู่เฉินไม่ตอบ แต่กลับก้าวผ่านกลุ่มหมอกสีเขียวนี้ไปทีละก้าว
ไป๋เซียงใช้มือข้างหนึ่งรวบเชือกแสงสีเขียวขึ้นมา ก่อนจะพันรัดวิญญาณของเฮยหลวนไว้ จากนั้นจึงยิ้มและพูดว่า “อยากช่วยชีวิตนางหรือไม่?”
“ทางที่ดีเจ้าอย่าทำร้ายนาง มิเช่นนั้นข้าจะตอบแทนเจ้ากลับไปเป็นร้อยเท่