“เจ้าวางกลอุบายในพื้นที่จิตนี้อย่างนั้นหรือ?”
“มิเช่นนั้นจะจัดการเจ้าอย่างไรเล่า?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไป๋เซียง
ไป๋เซียงทำได้เพียงใช้โซ่ตรวนพันรัดวิญญาณเฮยหลวนต่อไป จากนั้นจึงพูดข่มขู่ขึ้นมาว่า “วิญญาณของเจ้าแข็งแกร่งนัก แต่วิญญาณของนางนั้นไม่จำเป็นแล้ว”
“อย่างไรหรือ? คิดจะใช้นางมาข่มขู่ข้า?”
“ใช่!” ไป๋เซียงรู้ดีว่าตอนนี้ทำได้เพียงวิธีนี้
ชายหนุ่มยิ้มพลางมองนาง “หากเป็นเช่นนี้ข้าก็คงต้องใช้วิธีอื่นมาจัดการเจ้าเสียแล้ว!”
วิธีอื่น?
ไป๋เซียงไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร แต่วินาทีถัดมากุ่ยเจี่ยก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาด้านหลังไป๋เซียง
กุ่ยเจี่ยค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้ ท่าทีเช่นนี้ทำให้วิญญาณของไป๋เซียงรู้สึกกังวลขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม หากเจ้ากล้าให้มันเข้าใกล้ข้า ข้าจะลงมือกับนางจริง ๆ”
“เจ้าก็ลองดู!” เขายิ้มพลางมองไป๋เซียง
ไป๋เซียงพลันรู้สึกร้อนใจขึ้นมา จึงเริ่มตะโกนออกไปด้านนอก แต่ในขณะนั้นวิญญาณของนางถูกกักขังเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถสื่อสารกับองค์หญิงไป๋ฮวาที่อยู่ด้านนอกได้ ทำได้เพียงกังวลใจอยู่ตรงนั้น
ลู่เฉินถือโอกาสใช้ฝ่ามือแปดสุญญะ
เมื่อเงาฝ่ามือแปดสุญญะพุ่งเข้ามา ไป๋เซียงก็รู้สึกว่าวิญญาณของตนถูกกักขังทันที มันทำให้นางหวาดกลัวจนร้อนใจ “เกิดสิ่งใดขึ้น!”
ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังเขตแดนวิญญาณ และนำวิญญาณของเฮยหลวนออกไปจากเขตแดนวิญญาณนี้ จากนั้นก็จ้องมองไปยังไป๋เซียง “เห็นแล้วใช่หรือไม่ ตอนนี้เจ้าคือเชลยขอ