ียงเท่านั้น ลู่เฉินยังให้ชายชราเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่เขากลับรู้สึกกังวล “เจ้าหนุ่ม สตรีผู้นั้นเป็นอะไรกับเจ้าหรือ?”
“เป็นศิษย์ในนาม” เขาตอบกลับ
ชายชราเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เห็นได้ชัดว่านางแข็งแกร่งกว่าเจ้า เป็นศิษย์อย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าก็ถูกข้าจับมาง่าย ๆ มิใช่หรือ?”
“นั่นเป็นเพราะเคล็ดวิชาของเจ้าควบคุมข้า …มิเช่นนั้น” เมื่อชายชราหวนคิดไปถึงเคล็ดวิชาประหลาดของอีกฝ่าย เขาก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
ชายหนุ่มยิ้มเย็นชาออกมา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก
ชายชราทำได้เพียงถอนหายใจและนำทางต่อไป จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่งจึงมายังภูเขาลูกหนึ่งที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์สีดำปกคลุมอยู่
เพียงเห็นเถาวัลย์สีดำเหล่านี้ที่มีขนาดเล็กกว่าเถาวัลย์เมื่อครู่ ก็เห็นได้ชัดว่าสิ่งเหล่านี้คือลูกสมุน
“เห็นแล้วหรือไม่ เจ้าพวกนี้ก็ใช่ อย่าคิดจะเข้าไปใกล้มันเด็ดขาด เพราะพวกมันจะกระจายพิษออกมาและทำให้คนเกิดภาพหลอนได้” ชายชราถอยห่างออกมาระยะหนึ่ง และชี้ไปยังเถาวัลย์เหล่านั้นพลางพูดขึ้นมา
“ตามมา” ลู่เฉินพูดเพียงสองคำสั้น ๆ แต่ชายชรากลับรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา “เจ้าหนุ่มผู้นี้ …คงไม่คิดจะไปช่วยจริง ๆ หรอกนะ?”
เขาไม่สนใจว่าชายชรากำลังคิดสิ่งใด เพราะตนได้มายังเชิงเขาของภูเขาลูกนี้แล้ว
เถาวัลย์สีดำขนาดเล็กเหล่านั้นค่อย ๆ เลื้อยเข้ามาใกล้ทีละต้น พวกมันคิดจะผูกรัดชายหนุ่มเอาไว้ แต่ยังไม่ทันถึงตัวกลับแห้งเฉาไปเสียก่อน
ชายชราที่มองอยู