ข้าคงไม่น่าเวทนาเช่นนี้!”
“เจ้ามายุ่งกับข้า แล้วยังมาโทษข้าอีกหรือ?” ชายหนุ่มยิ้มเย้ยหยัน
ชิงอีถงโมโหจนหันไปพูดกับเถาวัลย์วิญญาณภูตว่า “ทำให้เขาตายซะ ไม่ว่าสิ่งใดข้าก็มอบให้เจ้าได้!”
“เรื่องเล็ก!” เถาวัลย์วิญญาณภูตแทบจะไม่สนใจลู่เฉิน
“เรื่องเล็ก? เจ้าแน่ใจหรือ?” ชายหนุ่มย้อนถาม
“พูดมาก!” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยจบ ก็ปล่อยกิ่งก้านออกมามากมายพันรัดวิญญาณของลู่เฉินไว้
ชายหนุ่มมองมันราวกับคนโง่ก่อนจะยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ในที่ของข้า เจ้ายังกล้าอวดดีเพียงนี้เชียวหรือ? หรือเจ้าคิดว่าข้าข่มเหงรังแกง่ายมากหรือ?”
“เจ้านี่มันขยะชัด ๆ!” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยจบก็ไม่สนใจอีกฝ่าย
ชายหนุ่มยกยิ้ม “เช่นนั้นอีกไม่นาน เจ้าคงจะต้องเสียใจ!”
เมื่อพูดจบ กุ่ยเจี๋ยก็เดินเข้ามา
เถาวัลย์วิญญาณภูตมองเห็นกุ่ยเจี๋ยแต่กลับไม่สนใจ ทั้งยังใช้เถาวัลย์พันรัดมัดมันเอวไว้ ใครจะรู้ว่ากุ่ยเจี๋ยจะสามารถดูดซับพลังมันได้ ทำให้เถาวัลย์นั่นกรีดร้องดังลั่นทันที และรีบดึงแขนของมันกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ชิงอีถงเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ “เกิดสิ่งใดขึ้น?”
“ของสิ่งนั้นสามารถดูดซับพลังของข้าได้” เถาวัลย์วิญญาณภูตรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น
ชิงอีถงพูดด้วยความโมโห “เจ้าแข็งแกร่งมากมิใช่หรือ?”
“เจอปัญหาเสียแล้ว” หลังจากที่เถาวัลย์วิญญาณภูตรู้ว่ากุ่ยเจี๋ยไม่ธรรมดาจึงเริ่มรู้สึกกังวลใจ
“ช่างไม่มีประโยชน์เสียจริง!” ชิงอีถงเผลอสบถออกมา
“อย่าง