เจ้ายังจะพูดเช่นนี้ได้!”
หลังจากพูดจบ รอบ ๆ ก็เริ่มปรากฏเงาพรางตาออกมามากมาย
เพียงไม่นาน อสูรปีศาจกลุ่มหนึ่งก็พุ่งตัวออกมา และพวกมันก็ค่อย ๆ ล้อมรอบลู่เฉินไว้ทีละตัว
เหล่าอสูรปีศาจพวกนี้ไม่ธรรมดา เพราะบนตัวของพวกมันแผ่กระจายปราณภูตผีออกมา ดังนั้น เมื่อชายหนุ่มมองดูแล้วก็รู้ได้ว่าพวกมันเป็นอสูรปีศาจ
แต่อสูรปีศาจนั้น ปกติแล้วมีอยู่แต่ในแดนชุมนุมภูตผี แต่เหตุใดจึงมาปรากฏอยู่ที่นี่มากมายหลายตัวเช่นนี้
ไม่เพียงเท่านั้น อสูรปีศาจเหล่านี้ยังเชื่อฟังคำสั่งของเฮยหลวนเป็นอย่างดีอีกด้วย
เมื่อเห็นเฮยหลวนให้อสูรปีศาจเหล่านี้หมอบอยู่รอบ ๆ ตัวลู่เฉิน พวกมันก็ทำตาม แต่ดวงตาทั้งสองข้างยังคงเปล่งแสงสีดำออกมา ขณะเดียวกันทั้งร่างยังเต็มไปด้วยปราณภูตผี ดูแล้วน่ากลัวยิ่งนัก
“เจ้าหนุ่ม เจ้าเริ่มกลัวแล้วหรือ?” เฮยหลวนควบคุมความโมโหของตนพลางย้อนถาม
ชายหนุ่มฉีกยิ้ม “ข้าก็ว่า เจ้าทำท่าทางแปลก ๆ ทำไมกัน?”
“ท่าทางแปลก ๆ?”
“ทุกครั้งที่เจ้าคิดจะลงมือมักจะเหลือทางหนีทีไล่ไว้ ราวกับกำลังคิดว่าจะทำให้ข้าตายได้หรือไม่” หลังจากลู่เฉินต่อสู้กับอีกฝ่ายมาสองสามครั้ง ก็พบว่าอีกฝ่ายมักจะกังวลอะไรบางอย่างอยู่เสมอ
ราวกับว่ามีคนรู้ทันความคิดของนาง เฮยหลวนจึงแค่นเสียงขึ้นมา “นั่นเป็นเพราะข้าไม่ต้องการให้เจ้าตายง่าย ๆ อย่างไรเล่า!”
“ข้าคิดว่าน่าจะไม่ใช่เช่นนั้น” ลู่เฉินส่ายศีรษะ
“ใช่หรือไม่นั้น อีกไม่นานเจ้าก็จะได้รู้” เฮยหลว