นพูดจบ จึงออกคำสั่งกับอสูรปีศาจที่ดูเหมือนเสือดาวสีดำตัวหนึ่ง มันพุ่งออกมาราวกับเงาสีดำโดยเป้าหมายคือลู่เฉิน
เมื่อเห็นอสูรปีศาจตัวนี้กระโจนมายังตัวเขา ชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มชั่วร้าย จากนั้นจึงแผ่กระจายกลิ่นอาย ‘อสูร’ บนร่างกายออกมา
อสูรปีศาจก็คืออสูรชนิดหนึ่ง ดังนั้นบนตัวของมันจึงเกิดความหวาดกลัวแบบไร้สาเหตุทันที หวาดกลัวจนมันหมุนตัวกลับถอยไปยังตำแหน่งเดิม จากนั้นค่อย ๆ ถอยออกไปทีละก้าวและส่งเสียงประหลาดดังลั่น
อสูรปีศาจตัวอื่น ๆ ก็เป็นเช่นนี้ มันถอยออกไปทีละตัว
เฮยหลวนสงสัย นางมองไปยังอสูรปีศาจเหล่านั้นพลันตะโกนขึ้น “พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดกัน?”
อสูรปีศาจต่างพากังส่งเสียงครวญครางราวกับกำลังทำผิดอยู่
เฮยหลวนไม่เข้าใจ จึงพูดขึ้นด้วยความโมโห “ข้าบอกให้พวกเจ้าโจมตีเขาซะ!”
“ดูเหมือนว่า เจ้าจะไม่รู้ว่าอสูรปีศาจเหล่านี้พูดสิ่งใด”
“แล้วเจ้ายุ่งอะไรด้วย?” เฮยหลวนพูดด้วยความฉุนเฉียว
“ข้าเพียงแค่แปลกใจ ในเมื่อเจ้าไม่รู้ว่าพวกมันพูดสิ่งใด คิดสิ่งใด เช่นนั้นเจ้าควบคุมพวกมันได้อย่างไรกัน?” ชายหนุ่มจ้องมองเฮยหลวนด้วยแววตาแปลกประหลาด
เฮยหลวนกลอกตามองบน “เหตุใดจึงต้องบอกเจ้า?”
“ดูเหมือนว่า พวกเราจะควรคุยกันดี ๆ เสียหน่อย” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
“คุย? เจ้าคิดมากไปแล้ว!” เมื่อเฮยหลวนพูดจบ หญิงสาวก็นำเม็ดยาสีดำออกมา จากนั้นใช้มือขวาบดขี้จนมันปล่อยกลิ่นอายแปลกประหลาด
เมื่ออสูรปีศาจได้กลิ่นอายแปลกประหลาดนี้ก็ตื่นตั