ไม่ได้ แต่กลับไม่กล้าพูดอะไรอออกมามากนัก พวกเขาจึงทำได้เพียง ‘วิจารณ์’ ชายหนุ่ม บางคนชี้มาพลางพูดขึ้นว่า “เจ้าหนุ่ม นั่นเป็นเพราะประมุขภูเขาของเรายังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงออกไป!”
“ใช่ หากประมุขภูเขาใช้พลังออกไปละก็ เจ้าจบเห่แน่!”
“ใช่!”
…
ลู่เฉินมองไปยังกระแสน้ำวน “ยังจะเข้ามาหรือไม่?”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าคงไม่คิดว่าแค่ทำลายหมอกเหล่านั้นไปได้แล้วจะคิดว่าตนแข็งแกร่งจริง ๆ จนไม่สนใจข้าหรอกนะ?” น้ำเสียงของอีกฝ่ายแฝงไปด้วยความโกรธเคือง อดไม่ได้ที่จะต้องการจัดการอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอดไป
ลู่เฉินฉีกยิ้มออกมา
“ยิ้ม? เจ้ายังมีอารมณ์ยิ้มได้?” น้ำเสียงนี้ยิ่งดูโมโหมากขึ้น
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็คิดว่าลู่เฉินเสียสติไปแล้ว
และในขณะนั้นเอง กลุ่มหมอกพลันปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้ง และครั้งนี้กลายเป็นกำปั้นพุ่งมายังลู่เฉินอย่างรุนแรง
ขณะที่ชายหนุ่มถูกกระแทกก็ได้กลายเป็นมนุษย์กระดาษในทันที จากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นอีกด้านหนึ่ง
เมื่อกู่ซานฉงเห็นเช่นนั้นก็หันไปตะโกนบอกประมุขภูเขาทันที “ประมุขภูเขา ท่านดูนั่น! ทักษะการเคลื่อนไหวของเขานั้นนับว่าไม่ธรรมดา”
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของเขาต้องการบอกให้ประมุขภูเขารับรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะพ่ายแพ้ให้แก่ลู่เฉิน แต่เป็นเพราะทักษะของชายหนุ่มนั้นแปลกประหลาดเกินไป
ประมุขภูเขาจึงตะโกนกลับมา “ก็แค่ลูกไม้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น!”
ครั้นเอ่ยจบ ทุกคนจึงมองไปยังหมอกกึ่งโปร่งแสงท