ีบางคนไม่เชื่อ คนเหล่านั้นจึงยังทยอยก้าวออกมา แต่ทุกคนมีโอกาสเพียงหนึ่งครั้ง ดังนั้นคนเหล่านี้จึงใช้เคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเพื่อจัดการลู่เฉิน
คิดไม่ถึงว่าคนเหล่านี้จะไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มได้เลย
สิ่งนี้จึงทำให้ทุกคนพูดไม่ออกทันที
กานจิ่วเม่ยพูดขึ้นด้วยความพึงพอใจ “เห็นแล้วหรือไม่ เห็นหรือไม่! นี่คือผลลัพธ์ที่พวกเจ้าต้องการ!”
ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าจริงจัง
ลู่เฉินมองไปยังกู่ซานฉง “ข้าสามารถพบประมุขยอดเขาของพวกเจ้าได้แล้วหรือยัง?”
“ยังไม่ได้!” กู่ซานฉงตอบ
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น และกานจิ่วเม่ยก็รู้สึกไม่เข้าใจขึ้นมาเล็กน้อย “ศิษย์พี่ ท่านจะกลับคำหรือ?”
“ไม่ได้กลับคำ แต่เพราะข้ายังไม่ได้ลงมือ!” กู่ซานฉงพูดเพียงสั้น ๆ ทำให้กานจิ่วเม่ยเบิกตากว้างขึ้น “ศิษย์พี่ ท่านก็คิดจะลงมือด้วยหรือ?”
คนเหล่านั้นต่างก็ตกตะลึง
มีหลายคนพึมพำออกมาว่า “ศิษย์พี่ไม่ได้ลงมือมานานนับพันปีแล้ว!”
“ใช่!”
“ศิษย์พี่คิดจะลงมือเช่นนี้ คงจะไม่ฆ่าเขาให้ตายหรอกหรือ?”
ทุกคนรู้สึกว่าศิษย์พี่น่ากลัวเกินไปแล้ว
กานจิ่วเม่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยความแปลกใจ “ศิษย์พี่ ท่านกำลังพูดเรื่องตลกหรือ?”
“พูดเรื่องตลก? เข้าคิดว่าข้าดูเหมือนเป็นคนเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่!” กานจิ่วเม่ยตอบ
ทว่าสายตาของกู่ซานฉงกลับจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เป็นอย่างไร? คิดดีแล้วใช่หรือไม่?”
“เจ้าเป็นคนสุดท้ายใช่หรือไม่?”
“ใช่ แต่พลังของข้าแข็งแกร่ง