กว่าเจ้ามากนัก” กู่ซานฉงพูดด้วยความมั่นใจ
กานจิ่วเม่ยคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อคิดถึงทักษะมนุษย์กระดาษของลู่เฉิน นางจึงมองไปยังกู่ซานฉง “ศิษย์พี่ ระวังพลาด!”
“พลาด?”
“ใช่ พลาด!” กานจิ่วเม่ยแสยะยิ้ม
กู่ซานฉงไม่คิดว่าตนจะพลาดได้ จึงพูดด้วยความมั่นใจ “ตอนที่ข้าลงมือเมื่อหนึ่งพันปีก่อน พวกศิษย์น้องก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า แล้วนับประสาอันใดกับเขาที่เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้?”
“อีกไม่นานท่านก็จะรู้” กานจิ่วเม่ยกล่าว
กู่ซานฉงไม่รู้ว่ากานจิ่วเม่ยกำลังทำสิ่งใดอยู่ แต่กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ศิษย์พี่หญิงกาน ท่านไม่คิดจะบอกศิษย์พี่หรือ?”
“ไม่ต้อง ในเมื่อศิษย์พี่มั่นใจ หากพวกเราบอกเขาไป เขาอาจจะเสียความมั่นใจไปก็ได้” เห็นได้ชัดว่านางอยากเห็นศิษย์พี่ลงมือเช่นกัน
แต่เมื่อผู้คนรอบ ๆ ได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกแปลกใจ แต่กู่ซานฉงกลับไม่สนใจ และยังจ้องมองไปยังอีกฝ่าย “เจ้าหนุ่ม ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจ”
พูดจบ กู่ซานฉงจึงเริ่มแผ่ไอความเย็นออกมาจากร่างกาย เงาร่างดูเลือนราง ขณะเดียวกันเขาได้ยกมือขวาขึ้นมา จึงได้เห็นเงาฝ่ามือสีน้ำเงินมากมายเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น
ทุกคนต่างเอ่ยชื่นชม
“ฝ่ามือวิญญาณน้ำแข็งเก้าชั้นของศิษย์พี่นั้นไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ”
“ใช่ เพียงปล่อยฝ่ามือออกไป แม้จะเป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียน กายเนื้อก็สามารถแตกละเอียด และวิญญาณถูกแช่แข็งได้ในทันที” ร