าวกับมีคนรู้ว่าพลังฝ่ามือนี้แข็งแกร่งเพียงใด จึงเริ่มคุยโวออกมา
กานจิ่วเม่ยแค่นเสียง “ศิษย์พี่ ข้าแนะนำท่านว่าอย่าใช้พลังมากเกินไป มิเช่นนั้นท่านอาจจะเสียใจภายหลังได้”
ทุกคนไม่รู้ว่ากานจิ่วเม่ยหมายความว่าอย่างไร แต่กู่ซานฉงนั้นไม่สนใจคำพูดของนางเท่าใดนัก และยังปล่อยฝ่ามือนั้นออกไป
ตูม!
ทุกคนในบริเวณนั้นเห็นลู่เฉินกลายเป็นมนุษย์กระดาษและแตกละเอียดไป แต่เมื่อชายหนุ่มปรากฏตัวออกมาอีกครั้งนั้น ก็ได้ยืนยิ้มพลางพูดอยู่ไม่ไกลนัก “เอาล่ะ พวกเจ้าแพ้แล้ว”
ทุกคนในบริเวณนั้นต่างสับสน แต่กู่ซานฉงรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกหลอก “เจ้าใช้สมบัติวิญญาณเคลื่อนย้ายหรือ?”
“ไม่!”
“เช่นนั้น เจ้าหลบเลี่ยงได้อย่างไรกัน และยังเคลื่อนไปที่อื่นได้อย่างง่ายดาย” กู่ซานฉงไม่เข้าใจ
ลู่เฉินจึงเพียงพูดขึ้นมาสั้น ๆ “ความลับ!”
ทุกคนต่างโห่ร้อง ในขณะที่กู่ซานฉงขมวดคิ้วมุ่น ส่วนทางกานจิ่วเม่ยกลับยกยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ศิษย์พี่ เป็นเพราะท่านทำร้ายเขาไม่ได้ จึงรู้สึกขายหน้าใช่หรือไม่!”
กู่ซานฉงรู้สึกไม่สบายใจนัก “แต่ข้าจะไม่เล่นลูกไม้!”
“หมายความว่า ศิษย์พี่คิดจะพาเขาไปพบประมุขยอดเขา?”
กู่ซานฉงไม่สนใจนาง แต่หันไปพูดกับลู่เฉินว่า “ไปเถิด”
พูดจบ กู่ซานฉงจึงเดินนำออกไปด้านหน้า และคนอื่น ๆ ก็รีบเดินตามเขาไป พวกเขาต่างก็อยากไปดูเรื่องสนุก
กานจิ่วเม่ยฉีกยิ้มพลางจ้องมองลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นศิษย์พี่รู้สึกคับข้องใจ