ดทั้งห้าก็พุ่งออกไป
สามสายด้านหน้าทำลายม่านป้องกันจนพังทลายลง สองสายหลังโจมตีลงบนร่างกายของฟ่านหลง ทำให้เขากระเด็ดออกไปทันที และมีเลือดไหลทะลักออกมามากมาย
ผู้คนรอบ ๆ ต่างตกตะลึง
ฟ่านหลงคลานขึ้นมามองดูบาดแผลของตนก่อนจะตะโกนว่า “เจ้าสารเลว!”
ปรมาจารย์หยวนกลับพูดขึ้นว่า “ฟ่านหลง เจ้าแพ้แล้ว”
“ข้าเพียงแค่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้หมายความว่าข้าจะแพ้!” เมื่อฟ่านหลงพูดจบ เขาก็เริ่มรวบรวมเงากระบี่แสงทองบนร่างกาย โดยคิดจะสำแดงให้อีกฝ่ายได้เห็น
ปรมาจารย์หยวนขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“การทดสอบของข้านั้นง่ายมาก นั่นคือสู้กับข้า หากชนะข้าจึงจะมีคุณสมบัตินั้น แต่เมื่อครู่ข้าเพียงแค่ให้เขาโจมตี และให้เจ้าเอาเปรียบเท่านั้น แต่ตอนนี้ข้าจะตอบโต้กลับบ้างแล้ว” ฟ่านหลงพูดด้วยความโกรธแค้น
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ ต่างก็รู้ว่าลู่เฉินต้องแย่แน่
ไม่ว่าฟ่านหลงจะพูดเช่นไร เขาก็เป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียน แม้ลู่เฉินจะแข็งแกร่งกว่านี้ก็ไม่สามารถต้านทานปราณกระบี่ที่แข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้
ดังนั้นคนจำนวนไม่น้อยก็ถึงกับต้องยืนไว้อาลัยให้ลู่เฉิน
ปรมาจารย์หยวนพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ฟ่านหลง ข้าว่าเจ้าอย่ารนหาที่ตายเลย”
“คนที่รนหาที่ตายคือเขา!” ฟ่านหลงพูดจบ ปราณกระบี่เหล่านั้นก็พุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง และเป้าหมายก็คือลู่เฉิน
ทุกคนคิดว่าชายหนุ่มจะถูกปราณกระบี่เหล่านั้นกลืนกิน เพียงแต่เมื่อปราณกระบี่เหล่านั้นโจมตีลงบนร่า