รู้ว่าอีกฝ่ายเอาความมั่นใจเช่นนี้มาจากที่ใด
ลู่เฉินเดินออกไปเพียงหนึ่งก้าว
ปรมาจารย์หยวนตกตะลึงขึ้นมา “อย่าวู่วามไป”
ลู่เฉินได้เดินไปท่ามกลางพื้นที่หิมะแล้ว ปรมาจารย์หยวนคิดว่าลู่เฉินจะต้องถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้นเป็นแน่ แต่ชายหนุ่มกลับเดินไปบนพื้นหิมะอย่างไม่ยี่หระ และไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากสิ่งรอบข้าง
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ เหตุใดจึงน่ากลัวเพียงนี้?” เมื่อปรมาจารย์หยวนเห็นภาพดังกล่าวก็มีสีหน้าและแววตาที่ดูเหลือเชื่อ
ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้านั้น เพียงไม่นานก็เดินผ่านพื้นหิมะไป จากนั้นจึงหมุนตัวกลับไปมองปรมาจารย์หยวนที่เดินตามมาด้านหลัง
ปรมาจารย์หยวนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เหตุใดท่านจึงผ่านพื้นหิมะนี้ไปได้?”
“ค่ายกลศักดิ์สิทธิ์หกดาวของเจ้า ข้ายังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แล้วประสาอันใดกับค่ายกลหิมะนี้” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
ปรมาจารย์หยวนอดกล่าวชื่นชมออกมาไม่ได้ “เก่งกาจ”
“นำทางไปเถิด” ชายหนุ่มหมุนตัวและมองไปด้านหน้า
แต่ทัศวิสัยการมองนั้นถูกจำกัด ลู่เฉินจึงสามารถมองเห็นได้เพียงสถานการณ์ภายระยะสิบก้าว หากไกลออกไปนั้นจะมองเห็นเป็นเพียงกลุ่ม ‘หมอก’ เท่านั้น
ปรมาจารย์หยวนเดินนำทางอยู่ด้านหน้า
เดินไปได้สักพักหนึ่ง จึงมาถึงยังด้านนอกหุบเขา ด้านข้างของหุบเขานี้มีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ มีตัวอักษรขนาดใหญ่ถูกสลักไว้ว่า ‘หุบเขาลึก’
ภาพนี้เป็นเหมือนสิ่งที่ลู่เฉินได้พบในความทรงจำของหลงซวง
ดังนั้น ชายหนุ่