องข้าจึงฆ่าเขาเพื่อลดการสูญเสียของลัทธิกระบี่สวรรค์ของพวกเรา!”
“หึ เจ้าพูดอันใด? พวกเราต้องขอบคุณเขางั้นหรือ?” ฟางคงพูดอย่างโกรธเคือง
หั่วลั่งพูดขึ้นเพื่อต่อต้านความโกรธของคุณชายสี่ฟาง “ข้าคิดว่าคนจากตระกูลอื่นควรขอบคุณเขา”
ยามนี้มีคนของตระกูลต่าง ๆ จำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ข้างนอก และคนเหล่านั้นก็รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น พวกเขาจึงเริ่มพูดคุยกัน
“ครั้งนี้ข้าต้องขอบคุณเขาจริง ๆ ไม่เช่นนั้นลัทธิกระบี่สวรรค์ของเราคงจบเห่แล้ว”
“ถูกต้อง คุณชายสองคนนี้ดูดกลืนพลังปราณของทุกคนอย่างบ้าคลั่ง และทำให้หลายคนต้องหมดสติ”
คำพูดของคนเหล่านี้ทำให้ตระกูลฟางมีสีหน้าดูไม่ได้ แต่คุณชายสี่ไม่สนใจคำพูดเหล่านี้ “เจ้าทุกคนรู้ว่าเขาเป็นแบบนี้เพราะเขากินผลมารเหมันต์เข้าไป แล้วเหตุใดพวกเจ้าไม่ควบคุมเขาล่ะ? เหตุใดจะต้องฆ่าเขา?”
หั่วลั่งไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ข้าจะบอกให้นะคุณชายสี่ สิ่งที่ท่านพูดเมื่อครู่ ดูเหมือนจะเป็นความผิดของเรา!”
“ไม่ใช่หรือ?” คุณชายสี่ก้าวร้าว และปล่อยกลิ่นอายบนร่างกายของเขาออกมา ทำให้หั่วลั่งรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึง ‘กลิ่นอายของอสูร’ ที่เล็ดลอดออกมาจากคุณชายสี่ราวกับว่าเขาเหมือนอสูรที่ดุร้ายตัวหนึ่ง
หั่วลั่งทนไม่ไหวจึงพูดว่า “คุณชายสี่ เขาเป็นแขกคนสำคัญ แต่คุณชายสองของท่านกลับล่วงเกินเขา ดังนั้นการตายของเขาจึงเป็นเรื่องของคุณชายสอง