”
“อสูรวิญญาณจำนวนมากมีโลหิตของเซียนอสูร และในสถานการณ์ปกติโลหิตเหล่านั้นจะปรากฏก็ต่อเมื่อเจ้าทะลวงระดับไปถึงขั้นเซียนอสูร แต่ยังมีสถานการณ์อื่นด้วย เช่นหยดโลหิตตรงหน้าเจ้าที่สามารถชักนำโลหิตเซียนอสูรในร่างกายของเจ้า มันทำให้เจ้ารู้สึกว่ามันกำลังเรียกหาเจ้าอยู่” ลู่เฉินอธิบาย
ฉีฉีน้อยรู้สึกมหัศจรรย์ใจมาก และนางยังรู้สึกสนิทใจกับหยดโลหิตนี้มาก ดังนั้นนางจึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหามัน
แต่ในขณะที่ขยับเข้าใกล้ วิญญาณอสูรก็ ‘ตื่นขึ้น’ ทันที
เห็นเพียงดวงตาของวิหคสีทองเปิดออกแล้วยิงลำแสงสีทองออกมากวาดไปรอบ ๆ และวิหคสีทองก็มีความสุขเมื่อเห็นฉีฉีน้อย แต่เมื่อพบกับมนุษย์มันก็ส่งเสียงอันน่าเกรงขามว่า “พวกมนุษย์ กล้ามากำเริบเสิบสานต่อหน้าข้า!?”
“ข้า?” ชายหนุ่มมองมันด้วยรอยยิ้ม
“ข้าคือเซียนอสูร วิหคยักษ์สีทอง!” อสูรตนนั้นพูดอย่างบ้าคลั่ง
ลู่เฉินกลับไม่ได้คิดจริงจังกับมันและพูดว่า “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร ยังไงก็ตามกายเนื้อของเจ้าก็ถูกทำลายไปแล้ว และตอนนี้มันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณที่ซ่อนอยู่ในหยดโลหิตเท่านั้น”
“เจ้ากล้าดูถูกข้าหรือ?” วิหคยักษ์โกรธขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มมองดูมันพร้อมยกยิ้ม “ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า มันคือความจริง!”
“แม้ว่ามันจะเป็นความจริง ข้าก็ทำลายเจ้าได้!” หลังจากพูดจบ วิหคยักษ์ก็กลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งเข้าสู่ร่างของลู่เฉิน และกระแทกพื้นที่จิตของชายหนุ่มโดยตรง จากนั้นจึงวางแผนที่จะจัดก