ด ๆ “ดูเหมือนจะไม่มีสิ่งใดน่ากลัว”
ฉีฉีน้อยกลับรู้สึกว่ามันไม่ปกติ โดยเฉพาะนางซึ่งเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ ยังคงรู้สึกถึงบางอย่างที่มีความแตกต่างจากอสูรได้ ดังนั้นนางจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาว่า “ภายในร่างของอสูรปีศาจเหล่านี้มีพลังชนิดหนึ่ง ราวกับว่าสามารถทำให้พวกมันบ้าคลั่งขึ้นมาได้ตลอดเวลา”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดนั้นเห็นด้วย “ใช่ กลิ่นอายเหล่านี้ดูแข็งแกร่งนัก!”
ฟาเทียนรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดตนจึงไม่สามารถสัมผัสได้ ดังนั้นจึงมองไปยังลู่เฉินพลางเอ่ยถาม “ผู้อาวุโส เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?”
“จริง และเมื่อดูจากสถานการณ์เช่นนี้แล้ว พวกเจ้าควรจะหลบเลี่ยง” เมื่อชายหนุ่มพูดจบ จึงโยน ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ออกมา คิดจะให้พวกเขาเข้าไปภายในนี้เสียก่อน
แต่เสวี่ยจิ่วกลับหัวเราะขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม เจ้าซ่อนพวกเขาไว้ แต่กลับไม่สามารถซ่อนตัวเองได้”
“ถ้าหากข้าคิดจะซ่อนนั้นง่ายมาก แต่ก็ต้องดูอารมณ์ของข้าเสียหน่อยว่าอยากหลบซ่อนหรือไม่ก็เท่านั้น” ลู่เฉินหัวเราะพลางมองไปยังเสวี่ยจิ่ว
เสวี่ยจิ่วเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “เจ้าหนุ่ม มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะกล้าอวดดีอยู่อีกหรือ!”
“มาเถิด!” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็ไม่สนใจสิ่งใด
เสวี่ยจิ่วจึงพูดข่มขู่ออกมา “อีกไม่นาน เจ้าจะได้รู้ถึงความน่ากลัวของพวกมัน”
เมื่อพูดจบ พลังภายในร่างกายของอสูรปีศาจพวกนี้ก็ระเบิดออกมา เหล่าอสูรปีศาจค่อย ๆ ขยายตัวใหญ่ขึ้น และต่างก็ปล่อยพลังของตนอ