ุ่มกลับพูดขึ้นว่า “ข้าใช้เคล็ดวิชาซากศพได้ เจ้าคิดว่าข้าจะเป็นอันใดอย่างนั้นหรือ?”
อวิ๋นซวนซวนถูกทำให้ตกตะลึงแล้ว “หมายความว่าเจ้าก็เป็นซากศพ?”
“ไม่ใช่ แต่เจ้าสามารถเข้าใจการซ่อมแซมศพได้” เขาตอบกลับ
“ซ่อมแซมศพ?” อวิ๋นซวนซวนรู้สึกว่าเหลือเชื่อเกินไป
ฟาเทียนเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน “ผู้อาวุโส ฉีฉีน้อยล่ะ?”
“ไอซากศพที่นี่ไม่เหมาะกับนาง ข้าจึงเก็บนางไว้ภายในพื้นที่สมบัติวิญญาณของข้าแล้ว” ลู่เฉินอธิบาย
เมื่อฟาเทียนเข้าใจก็พูดชื่นชมขึ้นมา “ผู้อาวุโสช่างเก่งเสียจริง”
“พวกเจ้าเล่า? จะเข้าไปยังพื้นที่ภายในสมบัติวิญญาณของข้า หรือจะอยู่รับมือที่นี่?”
ฟาเทียนรีบตอบกลับทันที “ผู้อาวุโส ข้าไม่อยากกลายเป็นซากศพ”
ลู่เฉินฉีกยิ้มกว้าง เตรียมที่จะนำฟาเทียนเข้าไป แต่อวิ๋นซวนซวนพูดขึ้นมาด้วยความไม่อาย “เช่นนั้น ข้าเข้าไปด้วย”
เขาพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้นว่า “เช่นนั้นพวกเจ้าเข้าไปเถิด”
เมื่อพูดจบ เขาก็นำ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ออกมา แต่อวิ๋นซวนซวนราวกับคิดอะไรบางอย่างออก จึงพูดขึ้นมาว่า “เจ้าต้องระวังซากศพยักษ์ที่นี่ เขามาจากพระราชวังสินธุเหมันต์”
“ซากศพยักษ์? พระราชวังสินธุเหมันต์?” ชายหนุ่มรู้สึกสงสัย
อวิ๋นซวนซวนเห็นว่าลู่เฉินไม่รู้ จึงอธิบายให้เขาฟัง “ตอนเหนือของแดนทักษิณานั้น มีพระราชวังแห่งหนึ่งชื่อว่า พระราชวังสินธุเหมันต์ ว่ากันว่าภายในนั้นมีสมบัติล้ำค่าหายากอยู่มากมาย แต่ทุกครั้งที่เข้าไปจะไม่มีชีวิตรอด