ง
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นและยิ้มออกมา
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ภายในโลงศพน้ำแข็งเหล่าก็มีร่างหลายร่างคลานออกมาทีละร่าง และแต่ละร่างยังมีท่าทางดุร้าย
“สิบปีศาจร้ายเป่ยเสวี่ย” อวิ๋นซวนซวนมีสีหน้าไม่ดีนัก
ฟาเทียนมองไปยังร่างที่มีท่าทางดุร้ายเหล่านั้น เมื่อรู้สึกว่าพวกเขาไม่ธรรมดาจึงเอ่ยถามว่า “สิบปีศาจร้ายเป่ยเสวี่ยคืออันใด?”
“จวนเหมันต์อุดรเคยมีกองกำลังศัตรู และในพวกเขานั้นมีคนที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างมากอยู่สิบคน ว่ากันว่าสังหารคนมานับไม่ถ้วน ต่อมาหลังจากถูกจวนเหมันต์อุดรจับตัวก็ตายไป” อวิ๋นซวนซวนอธิบาย
“เก่งกาจมากหรือ?”
“เมื่อก่อน พวกเขาเพียงหนึ่งคนก็สามารถต่อสู้กับยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนสิบกว่าคนได้” อวิ๋นซวนซวนพูดถึงความน่าสะพรึงกลัวของพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง
แม้ฟาเทียนจะรู้สึกว่าดูเหมือนจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่รู้สึกว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของลู่เฉินได้ ทว่าขณะนั้น เมื่อสิบร่างนั้นออกมาก็ยืนขึ้นพร้อมแผ่กลิ่นอายออกมาด้วย
เพียงไม่นาน ทั้งสิบร่างนี้ก็หายไปจากตรงนั้นพร้อมกับลู่เฉิน
“หายไปที่ใด?” ฟาเทียนตกตะลึงขึ้นมา
อวิ๋นซวนซวนมองไปรอบ ๆ เช่นกัน
ฉีฉีน้อยร้อนใจขึ้นมา “ศิษย์พี่คงไม่ถูกพวกเขาจับไปแล้วใช่หรือไม่?”
และในขณะนั้นเอง
‘ตู้ม!’
สิบร่างนั้นและลู่เฉินพลันปรากฏตัวอีกครั้งบนภูเขาแห่งหนึ่งที่ไกลออกไป ทั้งสิบล้อมชายหนุ่มไว้ตรงกลาง พร้อมกันนั้นยังมีไอซากศพซึ่งเป็นม่านสีเทาล้อมรอบลู่เ