่หญิงชื่นชมเจ้ายิ่งนัก!”
“พี่หญิงอะไรกัน” ฟาเทียนพูดด้วยความหดหู่ใจ
หยวนเส่าชิงยิ้มเย็นชา “โอ้อวดความสามารถอย่างนั้นหรือ?”
ฟาเทียนตอบกลับอย่างไม่หวั่นเกรง “เป็นเพราะพวกเจ้าสอดรู้สอดเห็น!”
“สอดรู้สอดเห็น?”
“ผู้อาวุโสมีนามว่าอย่างไร พวกเจ้าก็เสนอหน้าเข้ามายุ่ง ไม่เรียกว่าสอดรู้สอดเห็น เช่นนั้นควรเรียกว่าอย่างไร?” ฟาเทียนพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก
หยวนเส่าชิงฉีกยิ้มก่อนจะพูดขึ้นมา “เขาจะมีนามว่าหมาแมวอย่างไรก็ได้ แต่จะเอ่ยถึงนามของจอมมารผู้นั้นไม่ได้!”
“โอ้? เช่นนั้นใช้นามของท่านพ่อ หรือท่านปู่เจ้าได้หรือไม่?” จบประโยคของฟาเทียน บริเวณโดยรอบก็เกิดความครุกรุ่นทันที
ทุกคนต่างหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง
อวิ๋นซวนซวนก็พูดขึ้นว่า “หลวงจีน วิชาฝีปากของเจ้านั้น…ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!”
หยวนเส่าชิงก็เป็นคนเจ้าอารมณ์คนหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อได้ยินวาจานั้นก็เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็อย่าหาว่าพันธมิตรกำจัดมารนั้นไม่ปรานี!”
สิ้นคำนั้น กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังหยวนเส่าชิงก็ก้าวขึ้นมาด้านหน้า ในมือของคนเหล่านี้ถือกระดิ่งสีทองไว้ พวกเขาเขย่ามันจนส่งเสียงขึ้นมา ทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นรู้สึกเจ็บปวด
บางคนที่มีพลังปราณอ่อนแอก็อาเจียนออกมาทันที
บางคนเดินโซซัดโซเซ คิดอยากรีบหนีออกไปจากที่นี่ ส่วนอวิ๋นซวนซวนนั้นกำลังอดทนต่อความเจ็บปวด ขณะที่ฉีฉีและฟาเทียนเจ็บปวดจนต้องกุมศีรษะของตนไว้ เพราะไม่อยากหนีออกไปจากที่