ุกคนพลันระมัดระวังตัวขึ้น
“ใช่ เป็นข้าเอง!” ฉีฉีไม่ได้ปิดบัง
เจี้ยนซิงเฟิงพูดอย่างเย็นชา “ถ้าอย่างนั้นเราต้องจัดการเจ้าก่อน”
“ใครกลัวใครกันแน่!” ฉีฉีพูดอย่างไม่เกรงกลัว
เจี้ยนซิงเฟิงตะโกนเข้าไปในเมืองทันที “ทีมล่าอสูร ลงมือ!”
ตอนนี้เอง ทุกคนก็ได้เห็นกลุ่มคนสวมชุดหนังสัตว์ปรากฏขึ้นในเมือง และทันทีที่คนเหล่านี้ปรากฏตัว พวกเขาก็โบกธงประหลาดในมือ
จากนั้นธงก็สร้างตาข่ายสีทองดักฉีฉีเอาไว้ ทำให้นางสูญเสียพลังต่อสู้ทันที
เจี้ยนซิงเฟิงยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมเหวี่ยงในกระบี่ แล้วปราณกระบี่อันทรงพลังก็พุ่งเข้าหาลู่เฉิน
ทุกคนรู้สึกว่าหากไม่มีการปกป้องจากอสูรศักดิ์สิทธิ์ ชายหนุ่มคงตายไปแล้ว
ส่วนอวิ๋นซวนซวน นางมาปรากฏอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน ยืนอยู่ที่นั่นและมองไปที่เจี้ยนซิงเฟิงด้วยรอยยิ้ม “แล้วข้าเล่า?”
“ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเด็กคนนี้มีพลังมารแบบไหนที่ทำให้เจ้าซึ่งอยู่ในขั้นแปลงเซียนปกป้องเขา” เจี้ยนซิงเฟิงพูดอย่างไม่มีความสุข
อวิ๋นซวนซวนกลับจ้องมองเจี้ยนซิงเฟิงด้วยรอยยิ้ม “เพราะเขาแข็งแกร่งเกินไป”
“แข็งแกร่ง? เจ้าล้อเล่นใช่หรือไม่?” เจี้ยนซิงเฟิงรู้สึกว่าอวิ๋นซวนซวนกำลังหลอกลวง
เขาไม่ใช่ผู้เดียวที่คิดเช่นนั้น แต่หลายคนที่นั่นต่างรู้สึกว่าอวิ๋นซวนซวนกำลังโม้เกินตัว
อวิ๋นซวนซวนคร้านจะอธิบาย นางเพียงพูดว่า “แต่เจ้าทำอันใดเขาไม่ได้อยู่ดี”
เจี้ยนซิงเฟิงไม่กล่าวไร้สาระ แต่พุ่งเข้าไปปะทะกับอวิ๋นซวนซวนต่อ
ฟาเทียนม