หมันต์อุดรแล้วหรือ?” ลู่เฉินมองเข้าไปในระยะไกลแล้วเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว” อวิ๋นซวนซวนตอบ
“แล้วจากเมืองนี้ไปจวนเหมันต์อุดรไกลแค่ไหน?”
“ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วยามในการผ่านเมืองเหมันต์อุดรไป หลังจากข้ามหุบเขาอันตราย เจ้าจะไปถึงจวนเหมันต์อุดร” อวิ๋นซวนซวนอธิบาย
ลู่เฉินพยักหน้าและเดินต่อไป
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูเมือง ประตูเมืองก็ปิดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นค่ายกลขนาดใหญ่รอบเมืองกลับเปิดออก ขณะเดียวกัน บนกำแพงยังมีผู้พิทักษ์ของจวนเหมันต์อุดรจำนวนมากคอยคุ้มกันอยู่
อวิ๋นซวนซวนมองดูพวกเขาแล้วกล่าวว่า “เปิดประตูเมือง!”
“ไม่ได้!” คนเหล่านั้นกล่าวพร้อมเพรียงกัน
ขณะที่อวิ๋นซวนซวนกำลังจะพูดอันใดบางอย่าง ชายคนหนึ่งพลันปรากฏตัวบนกำแพงเมือง บุคคลนั้นดูเหมือนจะเป็นผู้รับผิดชอบกำแพงเมือง เมื่อทุกคนเห็นเขาก็ถอยกลับไปทีละคนทันที
บนใบหน้าของชายคนนั้นมีไฝอยู่เม็ดหนึ่ง
เมื่ออวิ๋นซวนซวนเห็นเขาก็ถามทันทีว่า “สวีเฮย เจ้าบอกให้พวกเขาไม่เปิดประตูเมืองหรือ?”
ชายที่ดูอายุราวห้าสิบหกสิบปีกะพริบตาพลางมองไปที่อวิ๋นซวนซวนตาปริบ ๆ ก่อนจะตอบว่า “ถูกต้อง!”
“ข้าแนะนำให้เจ้าเปิดประตูเมืองให้เร็วที่สุด มิฉะนั้น เจ้าได้เห็นดีกับข้าแน่” อวิ๋นซวนซวนพูดเสียงห้วน
สวีเฮยรู้ว่าอวิ๋นซวนซวนน่ากลัว แต่เขาอยู่ในค่ายกล ดังนั้นจึงพูดไปว่า “ผู้อาวุโสอวิ๋นน่าจะรู้ว่าเขาเป็นอาชญากรสำหรับจวนเหมันต์อุดรของเรา หากไม่มีคำสั่งผ่านทางของท่านผู้นำ ก