็ไม่อาจเข้าเมืองได้”
อวิ๋นซวนซวนชำเลืองมองลู่เฉิน แล้วนางก็หันกลับไปมองสวีเฮยอีกครั้ง “ข้าเชิญเขามา ต้องใช้คำสั่งผ่านทางด้วยหรือ?”
“ผู้นำจวนสั่งห้ามไม่ให้เขาและพวกเจ้าเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต!” สวีเฮยลูบเคราขณะพูด
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ อวิ๋นซวนซวนจึงมีสีหน้าจนปัญญาก่อนจะมองไปที่ลู่เฉิน “ดูเหมือนว่าผู้นำจวนจะเชื่อว่าข้าสมรู้ร่วมคิดกับท่าน จึงไม่ปล่อยให้พวกเราเข้าไป!”
ลู่เฉินไม่ได้พูดสิ่งใด แต่เดินไปที่ประตูเมือง จากนั้นเขาทำบางอย่างกับประตู ชั่วพริบตาเดียว ค่ายกลตรงประตูเมืองก็หายไปทันที
อวิ๋นซวนซวนตกตะลึงจนตาค้าง
แน่นอนว่าผู้คนที่อยู่บนกำแพงเมืองต่างตกใจกลัวไม่แพ้กัน “ค่ายกลถูกทำลายแล้ว!”
สวีเฮยที่เยือกเย็นเมื่อครู่วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ ขณะที่ผู้คนทั้งหมดบนกำแพงเมืองต่างตัวแข็งอยู่ที่นั่น
คนที่ผ่านไปมาในเมืองเริ่มพากันตกใจ
บางคนถึงกับตะโกนว่า “ดูสิ จอมมารหญิง!”
“จอมมารหญิงผู้นี้ เหตุใดถึงโจมตีคนในจวนเหมันต์อุดร?”
“ไม่รู้!”
ฝูงชนพลันสงสัยว่า เหตุใดอวิ๋นซวนซวนถึงโจมตีคนในจวนเหมันต์อุดร แต่อวิ๋นซวนซวนกระโจนลงมาจากกำแพงเมืองแล้วจ้องมองสวีเฮย “หนีหรือ หนีไปให้สุดแล้วกัน!”
สวีเฮยพูดอย่างกระวนกระวาย “ผู้อาวุโสอวิ๋น อย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลย พวกเราแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น!”
อวิ๋นซวนซวนรู้ว่าไม่สามารถตำหนิพวกเขาได้ ดังนั้นนางจึงได้แต่มองไปที่ลู่เฉิน “ตอนนี้จะเอาอย่างไร?”
“ไปกัน