เถอะ” ลู่เฉินพูดเบา ๆ ขณะวางแผนที่จะไปต่อด้วยตนเอง
อวิ๋นซวนซวนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันหลังกลับและตามไป
เวลานี้ มียามอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาใกล้ ๆ และล้อมรอบลู่เฉินกับคนอื่น ๆ ไว้ ก่อนที่ผู้ที่ขี่หมีขาวและถือกระบี่ที่เปล่งแสงสีขาวจะปรากฏตัวออกมา
ทุกคนตกใจเมื่อเห็นบุคคลนี้ “อัจฉริยะวิถีกระบี่ขั้นแปลงเซียนแห่งจวนเหมันต์อุดร เจี้ยนซิงเฟิง”
“อันใดนะ! เขาคือเจี้ยนซิงเฟิงคนนั้นหรือ?”
“เขาไม่ได้ไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สยบมารหรือไร เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่?”
ทันใดนั้นทุกคนก็เริ่มสงสัย ก่อนที่คนผู้นี้จะก้าวลงจากหมีขาวและเดินเข้าไปหาลู่เฉินกับพรรคพวก
อวิ๋นซวนซวนขมวดคิ้ว “เจ้าก็มาด้วย?”
เจี้ยนซิงเฟิงเอ่ยเสียงเย็นชา “ข้ากำลังฝึกซ้อมอยู่ใกล้ ๆ แต่เมื่อครู่ผู้นำจวนมีคำสั่งกับข้า”
“คำสั่งอันใด?” อวิ๋นซวนซวนถามอย่างสงสัย
“ส่งตัวเขามาให้ข้า ส่วนที่เหลือไม่ใช่ธุระของเจ้า” เจี้ยนซิงเฟิงมองไปที่ลู่เฉินขณะออกคำสั่งกับอวิ๋นซวนซวน
อวิ๋นซวนซวนสวนกลับไปว่า “ข้าเชิญเขามา ก็ต้องพาเขาไปที่จวนเหมันต์อุดรด้วยตัวข้าเอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจี้ยนซิงเฟิงก็พูดกับอวิ๋นซวนซวนอีกครั้งว่า “ข้าขอพูดอันใดหน่อย”
“พูดมา”
“หากเจ้าคิดขวางทางข้า เจ้าก็จะเป็นศัตรูกับจวนเหมันต์อุดร ถึงยามนั้น ทุกคนในจวนเหมันต์อุดรล้วนจัดการเจ้าได้ หลังจากจัดการเจ้าแล้ว ข้าค่อยส่งตัวเขาให้ผู้นำจวน” เจี้ยนซิงเฟิงข่มขู่
ผู้คนในเมืองต่างอุทานด้วยความต