้นจึงนั่งลงเหมือนคนอื่น ๆ โดยนั่งอยู่ที่นั่นและคอยมองบริเวณรอบ ๆ หุบเขา
ฟาเทียนไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้อาวุโสจึงต้องนั่งลงเช่นนี้ แต่เขาก็ทำตาม เฝ้ารออยู่ที่นั่นด้วยกัน
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม ฟาเทียนหันไปพูดกับลู่เฉินว่า “ผู้อาวุโส ท่านดูนั่น ชายหนุ่มผู้นั้น”
ชายหนุ่มลืมตาขึ้น มองไปยังทิศทางที่ฟาเทียนชี้นิ้วไป ก่อนจะได้พบกับฉีเหยียน
เมื่อเห็นฉีเหยียนอีกครั้ง ทั้งยังนำคนมากลุ่มหนึ่ง ขณะเดียวกัน ยังมีชายชราผู้หนึ่งเดินอยู่เคียงข้าง ชายชราผู้นั้นสวมเสื้อคลุมสีขาว และเมื่อยืนอยู่ท่ามกลางพื้นหิมะขาวโพลนนั่น ทำให้ทั้งร่างของเขาและหิมะรอบ ๆ ดูกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
“ชายชราผู้นั้นไม่ธรรมดา” ลู่เฉินปรายตามอง จากนั้นก็หันมาพูดกับฟาเทียน
ฟาเทียนรู้สึกสงสัย “ชายชราผู้นั้น? ดูไม่ออกว่ามีสิ่งใดเป็นพิเศษ”
“แอบซ่อนไว้อย่างดี” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางเอ่ยออกมา
ฟาเทียนไม่เข้าใจ เมื่อฉีเหยียนเห็นว่ารอบ ๆ หุบเขานี้เต็มไปด้วยผู้คนจึงขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา ก่อนจะหันไปสั่งการกับกลุ่มคนที่ติดตามมา “ไปประกาศให้คนที่นี่รู้กันโดยทั่วว่าที่นี่ได้ถูกจวนเหมันต์อุดรครอบครองไว้แล้ว หากพวกเขาไม่อยากมีความขัดแย้งกับจวนเหมันต์อุดร ก็จงรีบออกไปจากที่นี่ทันที”
ผู้คนที่ติดตามมาเหล่านั้นรีบออกไปทันที จากนั้นจึงป่าวประกาศขึ้นมา
คำสั่งดังกล่าวทำให้กองกำลังจำนวนมากรู้สึกขุ่นเคืองใจ โดยเฉพาะบางกองกำลังที่ไม่ได้สนใจจวนเหมันต์อ