และวังน้ำแข็งนี้จึงสั่นสะเทือนขึ้นมาทันที ราวกับว่ากำลังจะพังทลายลงมา
เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าเห็นดังนั้น จึงเริ่มร้อนใจขึ้นมา “เขาสามารถทำลายค่ายกลชุบชีวิตของข้าได้!”
เมื่อนักบุญหญิงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จึงรีบหันไปพูดกับวานรขาวทันที “นำพลังของเจ้าออกไป”
วานรขาวปฏิเสธไม่ได้
“อย่างไรกัน? ไม่ลงมือต่อหรือ?”
นักบุญหญิงพูดด้วยความโมโห “เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?”
“ตำราศักดิ์สิทธิ์” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มเย็นชา
นักบุญหญิงบันดาลโทสะขึ้นมา “ตำราศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงนักบุญหญิงผู้สืบทอดของสำนักเหมันต์สงัดเท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจได้ ดังนั้นถึงแม้ข้าจะมอบให้เจ้า เจ้าก็คงไม่เข้าใจ”
“นั่นเป็นเรื่องของข้า!”
“ดูเหมือนว่าไม่จำเป็นจะต้องเจรจากันแล้ว” นักบุญหญิงโมโหจนกัดฟันกรอด จากนั้นท่ามกลางแสงสีน้ำเงินพลันมีเครื่องหมายบางอย่างลอยออกมา และเครื่องหมายสีน้ำเงินนี้ได้ห่อหุ้มร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัดไว้
จากนั้นร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัดและวิญญาณของลู่เฉินจึงหายไปจากตำหนักนี้ทันที
ราชาหมาป่าเฒ่าพูดด้วยความร้อนใจขึ้นมา “ร่างนั้นล่ะ?”
“เจ้าหนุ่มผู้นั้นควบคุมมัน ข้าจำเป็นต้องให้เขาทั้งสองออกไปจากที่นี่ด้วยกัน มิเช่นนั้น ด้วยความสามารถของเจ้าหนุ่มผู้นั้น เขาสามารถทำลายค่ายกลนี้ได้” นักบุญหญิงพูดด้วยความร้อนใจ
“ว่าอย่างไรนะ? หายไปแล้ว? เช่นนั้นข้าจะชุบชีวิตอย่างไร?” เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าได้ยินดังนั้นจึงร้อ