แล้ว?”
“ปลอดภัยแล้ว แต่เจ้ายังต้องคอยจับตาดูพวกเขาให้ข้า รอให้ข้าถึงแล้วค่อยจัดการพวกเขา”
เมื่อราชาหมาป่าเหมันต์สงัดได้ยิน จึงเริ่มกังวลขึ้นมา “พวกเขาแข็งแกร่งเพียงนั้น ถ้าหากข้า…”
“ข้ากลายร่างเป็นคน หลบซ่อนอยู่ทางทิศเหนือของแดนทักษิณา เพียงแค่ไม่ถูกเปิดโปงง่าย ๆ พวกเขาก็ไม่สามารถพบได้” ลู่เฉินพูดด้วยท่าทางสงบ
“ได้” ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดขานรับ
“เอาล่ะ เจ้าจงจับตาดูการเคลื่อนไหวของพวกเขาให้ดี รอข้ากลับมา” เมื่อพูดจบ จิตของเขาก็หายออกไปจากร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัด และกลับไปยังร่างกายของตน
ฟาเทียนที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นว่าลู่เฉินลืมตาขึ้นก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ผู้อาวุโส เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?”
ขณะที่ลู่เฉินอธิบาย เขาก็หยัดร่างกายลุกขึ้นมาด้วย “ไปเถิด”
ฟาเทียนเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “ผู้อาวุโส นั่นหมายความว่า วานรขาวที่เหมือนคนนั่นน่ากลัวมากหรือ?”
“นั่นเป็นเพราะตัวตนของข้าไม่ได้อยู่ที่นั่น มิเช่นนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะมีกี่คนก็ทำอันใดข้าไม่ได้” ลู่เฉินยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อฟาเทียนเข้าใจจึงพูดขึ้นมา “ผู้อาวุโส เช่นนั้น ตอนนี้พวกเราตรงไปทางทิศเหนือเลยหรือ?”
“อืม”
หลังจากนั้น ทั้งสองจึงเดินจากไป
…
ไม่กี่วันต่อมา ลู่เฉินและฟาเทียนยืนอยู่บนด้านข้างของสะพาน และด้านข้างของสะพานนี้มีผู้คนจำนวนมาก เพราะพวกเขาต่างก็กำลังต่อแถวเพื่อเข้าไปยังสะพานด้านหน้า จากนั้นจึงตรงไปยังทางเหนือ
ฟาเทียนที่