่าเฒ่ารู้สึกได้ว่าท่าทางการพูดของราชาหมาป่าเหมันต์สงัดดูเปลี่ยนไป ดูไม่เหมือนราชาหมาป่าเหมันต์สงัดเมื่อก่อนหน้านี้ ดังนั้นร่างของมันจึงมีแสงสีม่วงสว่างออกมา ราวกับกำลังมองไปยังลู่เฉิน
เมื่อเห็นว่ามันไม่พูดอันใด เขาก็ยิ้มพลางเอ่ยออกมา “เหตุใดจึงไม่พูดต่อแล้ว?”
“เจ้าไม่ใช่หมาป่าน้อยตัวนั้น”
“สายตาแหลมคมนัก เหตุใดจึงดูออกได้เร็วเพียงนี้” ลู่เฉินที่ควบคุมราชาหมาป่าเหมันต์สงัดอยู่พูดด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าคือผู้ใด!?” ราชาหมาป่าเฒ่าเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความร้อนใจ
“แล้วเจ้าจะได้รู้”
เมื่อราชาหมาป่าเฒ่าเห็นลู่เฉินแสร้งทำลึกลับ ภายในใจก็ร้อนรุ่มขึ้นมา “หึ ข้าจะรอดู”
เห็นเพียงร่างของราชาหมาป่าเฒ่ามีเงาแสงสีม่วงลอยออกมา จากนั้นจึงพุ่งตรงไปยังร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัด จึงได้เห็นทั้งสองวิญญาณภายในร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัด
หนึ่งคือราชาหมาป่าเหมันต์สงัด และอีกคนคือลู่เฉิน
เมื่อเห็นลู่เฉินที่เป็นมนุษย์นั้น ราชาหมาป่าเฒ่าจึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “มนุษย์?”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย “ยินดีต้อนรับเจ้าสู่ที่นี่”
ราชาหมาป่าเฒ่ามองดูมนุษย์ผู้นี้ และมองไปยังราชาหมาป่าเหมันต์สงัดพลางพูดขึ้นมาด้วยความดูถูก “ในที่สุดเจ้าก็ทำข้อตกลงกับมนุษย์”
“นั่นย่อมดีกว่าการตกเป็นเหยื่อของเจ้า” ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดพูดด้วยความลำบากใจ
“ข้าให้เจ้ามอบพลังให้ข้า เพราะข้าเห็นแก่เจ้า” ราชาหมาป่าเฒ่าพูดด้วยความโมโห
แต่ราชาหมาป่า