ินนั้นจะเปิดออกทุก ๆ สองถึงสามเดือนหรือแม้กระทั่งสองสามปี และวิญญาณอ้างว้างก็จะถูกส่งไปที่นั่น!”
“ที่ไหน?!”
กู่เฮยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “เจ้า คงไม่คิดอยาก?”
“ไปดูกันเถอะ”
“อย่าเด็ดขาด!”
“เพราะเหตุใด?”
“หากเจ้าเข้าใกล้ ราชันย์กระดูกภูตคงจะสัมผัสได้อย่างแน่นอน และถึงยามนั้นเขาก็จะรู้ว่าข้าทรยศเขาและปล่อยให้วิญญาณอาวุธของสมบัติวิญญาณนี้มาฆ่าข้า!” กู่เฮยนึกถึงวิญญาณอาวุธของสมบัติวิญญาณที่ซ่อนอยู่ ในความมืดแล้วก็ตัวสั่นเทา
ลู่เฉินเย้ยหยันว่า “มาก็ดีสิ ข้าจะทำลายสมบัติวิญญาณนี้ทิ้ง”
กู่เฮยคิดว่าอีกฝ่ายล้อเล่น เขาจึงเกลี้ยกล่อมว่า “ใต้เท้า ข้าคิดว่าเจ้าควรไปได้แล้ว ถึงอย่างไรเสียวิญญาณอาวุธนั่นก็น่ากลัวจริง ๆ!”
“ให้เจ้านำทางไปก็นำทางไป เหตุใดถึงพูดเหลวไหลนัก?” ชายหนุ่มก่นด่าหนึ่งประโยค
กู่เฮยรู้สึกหดหู่ใจมาก แต่ลู่เฉินถลึงตาใส่เขา ดังนั้นเขาจึงจำใจต้องพูดว่า “โปรดตามข้ามา!”
เห็นเพียงกระดูกสีดำขนาดยักษ์หันกายและเริ่มลากร่างกายที่ทรงพลังเคลื่อนไปข้างหน้าทีละเล็กทีละน้อย
กุ่ยเจี๋ยลอยอยู่เหนือกระดูกสีดำในขณะที่ลู่เฉินเฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ
หลังจากเดินไปสักพัก มีภูเขาขวางอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม และภูเขาลูกนี้ก็สูงมาก
เมื่อลู่เฉินเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็เห็นว่าภูเขาได้นำไปสู่ความมืดมิดของท้องฟ้าแล้ว
“ใต้เท้า มันอยู่บนนั้น แต่ว่า…”
“แต่อันใด?”
“เจ้าไม่สามารถบินขึ้นไปจากที่นี่ได้ เจ้าสามารถเดินขึ้นไปบนภูเขาต