แล้ว จึงปรี่เข้ามาซ่อนตัวในวิญญาณของเขาทันที
ผู้อาวุโสกระดูกกรีดร้องเสียงดัง จากนั้นวิญญาณก็กระแทกลงกับพื้น ตอนนี้วิญญาณและกุ่ยเจี๋ยจึงพัวพันกันไปหมด
เมื่อลู่เฉินมาถึงด้านหน้าของวิญญาณแล้ว เขาก็นำกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา ทำให้พลังของกุ่ยเจี๋ยเพิ่มมากยิ่งขึ้น น้ำเสียงอันเจ็บปวดของผู้อาวุโสกระดูกยิ่งดูน่าสังเวชยิ่งนัก
ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยที่คอยดูอยู่นั้นต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
กระทั่งกุ่ยเจี๋ยทำให้ผู้อาวุโสกระดูกได้รับบาดเจ็บสาหัส ลู่เฉินจึงใช้กู่ฉินเก็บวิญญาณของผู้อาวุโสกระดูกกลับเข้ามา
ผู้อาวุโสกระดูกที่อยู่ภายในกู่ฉินยังพยายามที่จะหนี แต่ภายในกู่ฉิน เขาไม่สามารถหนีหลุดพ้นออกมาได้ จึงทำได้เพียงก่นด่าออกมา “สารเลว ปล่อยข้าออกไป!”
“ว่ามาเถิด เจ้ามีความคุ้นเคยกับนักบุญหญิงมากเพียงใด?” น้ำเสียงของลู่เฉินดังขึ้นมาภายในกู่ฉิน
ผู้อาวุโสกระดูกพูดด้วยท่าทางดื้อรั้น “ข้าจะบอกเจ้าให้ แม้ข้าจะกลายเป็นเพียงขี้เถ้า ข้าก็ไม่มีทางบอกเจ้า!”
“โอ้? ดื้อดึงเพียงนี้เชียว?”
“แน่นอน ชีวิตของข้าคือสำนักเหมันต์สงัด ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่มีวันทรยศสำนักเหมันต์สงัด!” ผู้อาวุโสกระดูกกล่าวสาบาน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว เขาก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ “ข้าชื่นชมในความซื่อสัตย์ของเจ้า แต่บางครั้งความซื่อสัตย์นั้นก็สูญเปล่า ไร้ประโยชน์!”
พูดจบ ภายในกู่ฉินก็บังเกิดเสียงบรรเลงดังขึ้น
เสียงบรรเลงกู่ฉินนี้โจมตีผู้อาวุโสกระดูก