บลู่เฉินด้วยฝ่าเท้า แต่กลิ่นอายของ ‘ราชันย์อสูร’ บนร่างของลู่เฉินถูกเปิดออก ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ มันรีบถอยออกไปสองถึงสามก้าวทันที
มันจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เจ้ามันไม่ใช่คน!”
ลู่เฉินมองมันพร้อมรอยยิ้ม “แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรกัน?”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา จากนั้นจึงหันไปถามผู้อาวุโสกระดูกที่อยู่กลางอากาศ “เจ้านี่ไม่ใช่คน!”
“ไม่ใช่คน?” ผู้อาวุโสกระดูกสับสน
นักบุญหญิงพูดขึ้นมาจากมุมหนึ่ง “ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร จัดการเขาให้ข้าซะ!”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดจึงทำได้เพียงทำตามเท่านั้น เมื่อเตรียมที่จะพุ่งตัวเข้าไปนั้น ลู่เฉินจึงนำธนูเงามารออกมา เมื่อให้แมวมารมายามอบไอมารให้แล้ว เขาก็เพิ่มไอมารของตัวเองเข้าไปอีก ทำให้ไอมารเกิดการหลอมรวม
เมื่อเห็นธนูนั้น ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดจึงเรียกโล่เหมันต์ขึ้นมา
ทำให้ทั่วทั้งร่าง ราวกับได้สวม ‘เกราะ’ ไว้ มันมองลู่เฉินด้วยสายตาดูถูก “ข้าให้เจ้าได้ดูว่าการป้องกันของข้าแข็งแกร่งเพียงใด!”
ลู่เฉินยิ้ม
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดไม่รู้ว่าเหตุใดลู่เฉินจึงยิ้มออกมา จนกระทั่งลู่เฉินปล่อยธนูออกมา
ธนูนั้นพุ่งตัวออกไป
ธนูแทงทะลุผ่าน ‘เกราะ’ ก่อน จากนั้นจึงโจมตีไปบนร่างของราชาหมาป่าเหมันต์สงัด ทำให้มันหลั่งเลือดออกมา เพียงแต่ไม่ได้บาดเจ็บอันใดมาก หากแต่ความขุ่นเคืองใจนี้ก็ทำให้ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดรู้สึกหมดความภาคภูมิใจ
มันตะโกนขึ้นมา