ึงได้ออกจากที่นี่
ส่วนลู่เฉินที่เดินไปได้ระยะหนึ่ง ตรงหน้าก็มีกลิ่นอายแผ่ออกมา
ฟาเทียนเตือนขึ้นทันทีว่า “ผู้อาวุโส ดูเหมือนว่าจะมีกลิ่นอายบางอย่างกำลังมุ่งมาทางนี้”
หานลั่วสุ่ยมองไปที่ความมืดข้างหน้าเช่นกัน หลังจากนั้นไม่นาน เถียนอวิ๋นเมิ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
เมื่อเห็นเถียนอวิ๋นเมิ่ง ลู่เฉินก็ฉีกยิ้ม “เจ้ายังอยากจะมาตายอีกหรือ?”
เถียนอวิ๋นเมิ่งยิ้มพราว “ลู่เฉินเอ๋ยลู่เฉิน เจ้าคิดว่าข้ายังเหมือนเดิมหรือ?”
“ในสายตาของข้า ไม่มีอันใดแตกต่าง!”
เถียนอวิ๋นเมิ่งเห็นลู่เฉินบ้าคลั่งก็ยิ้มร่า “เจ้าคงไม่คิดว่าตนเองเอาเปรียบอัจฉริยะขั้นก่อกำเนิดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดได้แล้วจะคิดว่าเจ้ายอดเยี่ยมหรอกนะ”
“ข้าจัดการเจ้าได้สบาย ๆ” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เถียนอวิ๋นเมิ่งก็จงใจแผ่กลิ่นอายออกมา “ดูสิ ข้าอยู่ในขั้นแปลงเซียนระดับสมบูรณ์พร้อมแล้ว!”
“แล้วอย่างไร?”
“หากข้าจะสังหารเจ้า มันก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือนั่นแหละ!” เถียนอวิ๋นเมิ่งกล่าวอย่างมั่นใจ
ลู่เฉินมองไปที่ท้องฟ้า “เจ้าจัดการกับนางเถิด!”
ฟาเทียนส่งเสียงรับคำแล้วมาอยู่ตรงหน้าลู่เฉินทันที เถียนอวิ๋นเมิ่งจ้องฟาเทียนเขม็ง “เจ้าหลวงจีนน้อย มันไม่ใช่เรื่องของเจ้า!”
ฟาเทียนถูฝ่ามือไปมา “เรื่องของผู้อาวุโสก็คือเรื่องของข้า!”
“โอ้? ออกหน้าแทนเขาเลยหรือ?” เถียนอวิ๋นเมิ่งหัวเราะอย่างเย็นชา
“แม้ว่าข้าจะไม่เคลื่อนไหว ผู้อาวุโสก็สามารถฆ่าเจ