เทียนยังสบายดี ผิวอันแข็งแกร่งของเขาต้านทานแสงสีเขียว ส่วนหานลั่วสุ่ยมีชั้นน้ำแข็งที่แข็งตัวเพื่อต้านทานแสงสีเขียวไม่ให้บุกรุกร่างกายของตน
หากแต่คนอื่น ๆ ไม่สามารถต้านทานได้ พวกเขาถูกโจมตี ได้แต่ข่วนเกาตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนลู่เฉินนั้นเมินเฉยโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม ถูอิ่นซาไม่ได้หยุด เขากลายเป็นกองทราย ทว่าคราวนี้กลายเป็นเม็ดทรายที่แอบปะปนเข้าไปในเกล็ดหิมะ เมื่อสัมผัสคนที่มีอาการคัน คนเหล่านั้นก็กลายเป็นหินไปทีละคน
เมื่อเห็นฉากนี้ หานลั่วสุ่ยและฟาเทียนต่างก็ตกใจ
ไป๋เหล่าเอ้อร์มองลู่เฉินอย่างเย้ยหยัน “ไม่รู้ว่าเจ้าคิดจะสู้กับข้าอย่างไร?”
“เจ้าคงไม่คิดว่าเจ้าจะทำร้ายข้าได้หากไม่มีพวกเขาหรอกกระมัง?” ลู่เฉินถามกลับ
ไป๋เหล่าเอ้อร์หัวเราะ “แน่นอน!”
ลู่เฉินพูดติดตลก “เช่นนั้นก็ประเมินข้าต่ำไปแล้วจริง ๆ!”
“งั้นรึ?” จู่ ๆ ไป๋เหล่าเอ้อร์ก็แบมือออก ยิงแสงสีทองออกมานับไม่ถ้วน แสงสีทองเหล่านี้มีผล ‘ทะลุทะลวง’ ทำให้การป้องกันด้วยชั้นน้ำแข็งของหานลั่วสุ่ยไร้ประโยชน์ ผิวหนังที่แข็งแกร่งของฟาเทียนก็สูญเสียประสิทธิภาพเช่นกัน
ทั้งสองจึงถูกกวาดออกไปจากจุดนั้น
ส่วนลู่เฉิน เมื่อเขาถูกโจมตี ร่างก็เปลี่ยนเป็นมนุษย์กระดาษ
ไป๋เหล่าเอ้อร์ลดมือลง มองไปรอบ ๆ แล้วหัวเราะ “เจ้าหนุ่ม เจ้าจะทำอันใดได้อีกนอกจากซ่อนตัว?”
ราชันย์แมลงลมนั้นยั่วยุในสายลมว่า “เจ้าหนุ่ม เก่งจริงก็ออกมา!”
มู่ตู๋ซาพูดอย่างเย็นชา “หากเจ้