่นนั้น เสียงของเขายังคงก้องไปทั่ว “ข้าบอกเจ้าแล้ว เจ้าทำร้ายข้าไม่ได้หรอก!”
“โอ้? งั้นรึ?” ลู่เฉินยิ้มอย่างชั่วร้าย
เมื่อพูดจบ ลู่เฉินก็สั่งให้แมวมารมายามอบปราณมารอีกครั้ง จากนั้นก็เพิ่มความเข้มข้นของปราณมารผ่าน ‘เม็ดยามาร’ ในร่าง แล้วสั่งลูกศรมารให้บินออกไปในทิศทางหนึ่งบนท้องฟ้า
ฟิ้ว!
ตู้ม!
คราบเลือดสาดกระเซ็นกลางอากาศ ร่างของไป๋เหล่าเอ้อร์ปรากฏขึ้น แต่ไป๋เหล่าเอ้อร์แข็งแกร่งกว่าราชันย์แมลงลม เขาสามารถรักษาจิตของเขาไว้ได้ ในเวลาเดียวกัน เขาก็ถือโล่สีทองขนาดเล็กไว้ แค่นเสียงอย่างได้ใจว่า “โชคดีที่ข้ามีโล่สีทอง ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกเจ้ายิงทะลุไปแล้ว!”
เมื่อพูดจบ ไป๋เหล่าเอ้อร์ก็ปล่อยแสงสีทองปกคลุมตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ถูกลู่เฉินโจมตีอีก
ลู่เฉินมองไปที่ไป๋เหล่าเอ้อร์ด้วยรอยยิ้ม “เจ้านะเจ้า นำอาวุธอาคมออกมาแต่แรกก็รอดแล้ว”
ไป๋เหล่าเอ้อร์คิดว่าลู่เฉินกลัวอาวุธอาคมของเขา เขาจึงยิ่งได้ใจ “หากข้าไม่ถอดออก เจ้าจะทำอันใดข้าได้?”
“เอามาให้ข้า ข้าจะได้กลืนกินมัน” ว่าแล้วโล่สีทองก็พลันหลุดออกจากมือของไป๋เหล่าเอ้อร์ แล้วตกลงกลางฝ่ามือขวาของลู่เฉิน
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังดูดอาวุธอาคมนี้ท่ามกลางการจ้องมองของทุกคน จากนั้นก็บดขยี้มันอย่างง่ายดายราวกับอาวุธอาคมเป็นเพียงเต้าหู้
ไป๋เหล่าเอ้อร์ตกใจจนผงะ “เป็นไปไม่ได้ นี่คืออุปกรณ์ป้องกันระดับเก้าดาว!”
มู่ตู๋ซาและถูอิ่นซาก็ตะลึงงันเช่นกัน
ผู้