ะอยากเชื่อนัก “นายท่าน สำนักเหมันต์สงัด ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นแค่สำนักเล็ก ๆ!”
“สำนักเล็ก ๆ งั้นหรือ?”
ลู่เฉินยิ้มแต่ไม่ได้พูดอันใดต่อ ในขณะที่หานลั่วสุ่ยมองไปที่ทุกคน “นายท่านพูดว่าอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น!”
ทุกคนเงียบลงทันที
ลู่เฉินมองไปที่ทุกคน “เดี๋ยวข้าจะจัดวางค่ายกลที่นี่ ส่วนพวกเจ้าเข้าแถวมาทีละคน ข้าจะเพิ่มพลังให้กับพวกเจ้า!”
“เพิ่มพลัง?” ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ
แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอย่างชัดเจน เขาแค่สั่งให้ทุกคนเตรียมตัว
ทุกคนทำได้แค่เพียงปฏิบัติตาม
ส่วนผู้ออกคำสั่งเมื่อครู่ หลังจากสร้างค่ายกลซ่อนเร้นแบบง่าย ๆ ให้พวกเขาเข้าไปทีละคนแล้ว ชายหนุ่มก็วาดอักขระยันต์ที่แผ่นหลังของพวกเขาแต่ละคน และกำชับพวกเขาว่า ห้ามโคจรพลังเข้าไปหากไม่ได้รับคำสั่งจากตน
คนเหล่านี้ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้คืออันใด แต่พวกเขาก็ยังคงทำตามต่อไป
ทว่าผู้ฝึกที่พเนจรอยู่ในเมืองต่างเริ่มสงสัยว่าพวกนั้นกำลังทำอันใดหลังจากที่เห็นพวกเขาต่อแถว
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน ลู่เฉินก็เดินออกจากค่ายกลและลอบสำรวจทุกคน “พร้อมกันหรือยัง?”
ทุกคนต่างก็พยักหน้า
หลังจากที่ลู่เฉินขานรับ เขาก็พาทุกคนออกจากสถานที่นี้ด้วยกัน
ผู้คนที่มุงดูเมื่อครู่ต่างก็เดินตามไปสังเกตการณ์ต่อเช่นกัน
…
ในตำหนักเหมันต์ของสำนักเหมันต์สงัด ผู้อาวุโสกระดูกรายงานว่า “ท่านนักบุญ พวกเขารวมตัวกันแล้ว ทั้งยัง…”
“อันใดอีก?”
“เจ้าเด็กนั่น ข้าไม่รู้ว่าเขาทำอ