่ร่างกายลู่เฉิน กำแพงเหล่านั้นก็แตกกระจายเป็นผงสีทองทีละชิ้น และดูดซับไปยังร่างคนเหล่านั้น ทำให้คนเหล่านั้นค่อย ๆ กลายเป็นรูปปั้นสีทองทีละคน
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
รูปปั้นสีทองเหล่านี้ค่อย ๆ ร่วงลงมาทีละตัว
คนอื่น ๆ ของสำนักมารราตรีรู้สึกสับสนขึ้นมา และฟาเทียนก็พูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า “ผู้อาวุโสนับวันยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ”
อาไท่ผู้นั้นตกตะลึงจนแทบพูดไม่ออก “ไม่แปลกที่ต่อให้เป็นตายร้ายดีเช่นไร เจ้าสำนักจึงต้องตามหาท่านหมอลู่ให้ได้”
ผู้อาวุโสกลับรู้สึกไม่พอใจ ยังคงออกคำสั่งที่น่าพรั่นพรึงกับคนของภูเขามารราตรี “ตกใจอันใดกัน? ขึ้นไปกับข้า!”
ขึ้น? ทุกคนไม่ใช่คนโง่ โดยเฉพาะผู้คนที่ถูกเลือกให้ออกไปลงมือนั้น พวกเขาไม่คิดที่จะออกไปตาย ดังนั้นคนเหล่านี้จึงเพียงแค่กระซิบกระซาบ แต่กลับไม่ลงมือ
ลู่เฉินที่ยืนอยู่บนก้อนหินนั้นกวาดสายตามมองไปผู้คนรอบ ๆ “เป็นอย่างไร? ยังจะต่ออยู่หรือไม่?”
ต่อ? ใครจะกล้าไปต่อกัน? นอกเสียจากว่าคนผู้นั้นไม่กลัวตาย
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดขึ้นมา อาไท่ก็รีบก้าวออกมาด้านหน้าและกล่าวกับลู่เฉินด้วยความเคารพทันที “ท่านหมอลู่ โปรดมากับข้า”
พูดจบ อาไท่ก็รีบนำลู่เฉินและฟาเทียนออกไปจากที่นี่ คนบนเส้นทางเหล่านั้นไม่กล้าลงมือ ทำเพียงแค่จ้องมองอาไท่ที่นำทางชายหนุ่มจากไป
ผู้อาวุโสม่อโมโหจนด่ากราดออกมา เขายังคงก่นด่าคนเหล่านั้นอยู่ในมุมมืด แต่เมื่อก่นด่าไปได้เพียงครู่หนึ่ง เขาก็หายต