“เช่นนั้นบอกข้าทีว่าเขามีนิสัยอย่างไร แล้วทุกครั้งที่เขามาหาเจ้า เขาขอให้เจ้าทำอันใด?”
“ลักษณะคือเสื้อคลุมสีดำ หน้ากากสีดำและถุงมือสีดำ แต่มีสัญลักษณ์สีแดงห้อยอยู่ที่เอว ว่ากันว่าเป็นสัญลักษณ์ของหัวหน้าค่ายแดง”
“กลิ่นอายของเขาเล่า?”
“กลิ่นอายของเขาถูกปกปิดไว้อย่างดี แต่ข้าไวต่อยาสมุนไพรมาก และข้าก็รู้ว่าเขาส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรออกมา ที่จริงกลิ่นหอมของยานี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ราวกับว่าเป็นการหลอมรวมของไอปีศาจและสมุนไพรหมื่นวิญญาณ” หลิวซานพยายามนึกถึงมัน
ในที่สุดหลังจากได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์แล้ว ลู่เฉินก็ถามว่า “แล้วล่าสุดเจ้าเจอเขาเมื่อใด?”
“วันนี้เขามาหาข้า และสั่งให้ข้าใส่ร้ายเจ้า” หลิวซานอธิบาย
“ใส่ร้ายข้าหรือ?” ลู่เฉินคิดว่าอีกฝ่ายหมายตาเขาไว้แล้ว แต่เหุตใดเขาถึงยังไม่ปรากฏตัว
หลิวซานพยักหน้า “ใช่ เขาสั่งให้ข้าใส่ร้ายเจ้า ดังนั้นข้าจึงทำให้พิษของฟางฉีเกิดผล แต่เจ้ากลับรักษาเขาอีกครั้ง”
“แล้วซุนกู่เล่า?”
“หลังจากฟางฉีหายดีแล้ว ข้าก็ได้ยินเสียงของเขา เขาบอกข้าว่าห้ามปล่อยให้ซุนกู่มีสติ ดังนั้น…” เมื่อหลิวซานพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเขาพลันเริ่มบิดเบี้ยวน่าเกลียด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เฉินก็สงสัย “ไยจึงไม่อาจให้เขามีสติ?”
“เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ” หลิวซานส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ลู่เฉินรู้สึกว่าต้องมีความลับอยู่ในตัวของซุนกู่ และมันอาจจะเกี่ยวข้องกับหัวหน้าค่ายแดงผู้นั้น ดังน