ด้านข้างของฟางฉี จึงสัมผัสได้ว่าเสียงนั้นพุ่งมายังฟางฉี และโจมตีร่างกายของฟางฉีโดยตรง จึงทำให้ฟางฉีได้รับบาดเจ็บ จนกระอักเลือดออกมาในที่สุด
ทว่าคนของสำนักแมลงวิญญาณไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วย ทั้งยังคิดว่าลู่เฉินทำอันใดบางอย่างกับอีกฝ่าย ดังนั้นผู้คนมากมายจึงวิ่งเข้ามาก่นด่าเขา
“เจ้าหนุ่ม! เจ้ายังมีจิตสำนึกอยู่หรือไม่ แม่แต่คนชรายังคิดลงมือ!?”
“เจ้าหนุ่ม ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนดี!”
คนเหล่านี้ต่างสบถด่าออกมาไม่รู้จบ
ลู่เฉินไม่ชอบการถูกผู้อื่นเข้าใจผิด จึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมา “หากไม่อยากตาย ก็ออกไปให้ห่างข้า!”
คนหล่านั้นอยากพูดอันใดบางอย่าง แต่สวีเตากลับพูดขึ้นมาว่า “ถอยออกไป!”
พวกเขาจึงทำได้เพียงถอยออกมาอย่างไม่พอใจ แต่เมื่อคิดถึงสิ่งที่ฟางฉีได้รับนั้น พวกเขาก็ก่นด่าลู่เฉินออกมามากมาย แต่ลู่เฉินเพียงนำมือข้างหนึ่งจับฟางฉีไว้ และเมื่อสงบสติลงได้ เขาจึงเอ่ยถามขึ้นมา “เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ดี ดีขึ้นมากแล้ว!” เมื่อฟางฉีอาการดีขึ้น จึงตอบกลับด้วยใบหน้าซีดเซียว
“เมื่อครู่เกิดเรื่องใดขึ้น?” ชายหนุ่มอยากรู้ว่าเสียงนั้นเอ่ยสิ่งใด
ฟางฉีพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ “เมื่อครู่มีเสียงเสียดแทงเข้ามาและโจมตีวิญญาณของข้าทันที ทำให้ข้าอึดอัดและเจ็บปวดมาก รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก”
นี่จึงทำให้เขาครุ่นคิดขึ้นมา สวีเตารู้ว่าไม่ใช่ลู่เฉินที่ลงมืออย่างแน่นอน เพราะหากอีกฝ่ายคิดจะฆ่าเขานั้นง่ายมากนัก เช่นนี้แล้วจะทำใ