ห้เรื่องยุ่งยากไปทำไมกัน ดังนั้นสวีเตาจึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “นายท่าน เป็นอย่างไร?”
“เมื่อครู่มีเสียงหนึ่งทำให้เขาบาดเจ็บ” ลู่เฉินหันไปอธิบายให้สวีเตารับรู้
สวีเตาตกตะลึงขึ้นมา “เสียง?”
“อืม”
“หรือว่าจะเหมือนกับคนที่จัดการกับผู้อาวุโสเจียง?”
เมื่อลู่เฉินได้ยินดังนั้นก็คิดอันใดบางอย่างออก “อาจจะเป็นคนของสำนักเหมันต์สงัดที่สร้างเรื่องวุ่นวายนี่ก็ได้!”
“พวกเขาจะเก่งเกินไปหรือไม่ เพียงแค่เสียงหนึ่งก็สามารถทำให้คนบาดเจ็บได้?” สวีเตาไม่เข้าใจ
“ร่างกายและวิญญาณของเขานั้นอ่อนแอมากนัก เพียงแค่เสียงเบา ๆ บางอย่างเข้ามากระตุ้นก็สามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้”
สวีเตาจึงเข้าใจขึ้นมาทันที
ลู่เฉินนำยาสมุนไพรบางอย่างออกมา จากนั้นจึงรวบรวมพลังบางอย่าง แล้วใส่มันเข้าไปในร่างกายของฟางฉี ทำให้อาการบาดเจ็บของฟางฉีดีขึ้นมาเล็กน้อย
“ขอบคุณ!” ฟางฉีกล่าว
ลู่เฉินวาดอักขระยันต์แปลก ๆ บางอย่างบนแขนทั้งสองข้างของฟางฉี คนอื่น ๆ ต่างก็แปลกใจว่าลู่เฉินคิดจะทำสิ่งใด
จนกระทั่งวาดเสร็จ เขาก็พูดกับฟางฉีว่า “มีอักขระยันต์เหล่านี้ เสียงเล็ก ๆ เหล่านั้นจะไม่สามารถทำร้ายเจ้าได้อีก”
ฟางฉีรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก
ส่วนลู่เฉินก็หันไปมองสวีเตา “จัดคนมาดูแลเขาให้ดี”
สวีเตาไม่กล้าประมาท จึงรีบจัดคนดูแลฟางฉีเป็นอย่างดี จากนั้นลู่เฉินก็ให้สวีเตานำทางตนไปยังกระท่อมนั้น
ฟาเทียนและซูฮวาอวิ๋นเดินตามไปด้านหลัง เมื่อคนในโรงหมอเห็นว่าล