่นี้ก็ดูจะยังไม่สว่างมากนัก
แต่ลู่เฉินยังคงไม่หยุด เขายังคงดูดซึมซับพลังแมลงนี้ต่อไป ทำให้เม็ดยาที่สี่ค่อย ๆ ‘สว่าง’ ขึ้นมา
หลังจากใช้เวลาทำติดต่อกันประมาณหนึ่งถ้วยชา แมลงเหล่านี้จึงแห้งกรอบ จากนั้นลู่เฉินจึงมองไปยังทั้งสองที่ยืนเบิกตากว้างอ้าปากค้างอยู่แล้วเอ่ยว่า “ไปเถิด!”
ลู่เฉินพูดจบจึงเดินหน้าต่อไป
ผู้เฒ่ามู่ที่อยู่ในมุมมืดนั้นได้แต่ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น “เขาทำให้พลังของแมลงแห้งหายไปจนหมด?”
ไม่เพียงแต่ผู้เฒ่ามู่เท่านั้น เพราะเงาสีดำที่สว่างวาบขึ้นมาก็ยังรู้สึกแปลกใจเช่นกัน
…
ทว่าตอนนั้นเอง ท่ามกลางกองกระดูกแมลงในผืนป่าแห่งนี้ ที่นี่ยังมีป้อมปราการที่ถูกสร้างจากกองกระดูกนี้ และภายในป้อมปราการนี้เอง หานเสี่ยวเฟยกำลังรู้สึกตัวเกร็งขึ้นมา ร่างกายของเขาแอบหดเล็กลงเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน แมลงปอสีแดงเลือดตัวหนึ่งบินออกมาจากร่างของหานเสี่ยวเฟย และกลายเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง
ชายผู้นี้มีท่าทางดุดัน และยังพูดด้วยน้ำเสียงดุร้าย “ไร้ประโยชน์!”
“เจ้า เจ้าทำสิ่งใดกับข้า!” หานเสี่ยวเฟยรู้สึกคันไปทั่วร่างกาย
“นี่คือผลระยะยาวหลังจากที่ข้าหลอมรวมร่างกายกับเจ้า” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ว่าอย่างไรนะ?” หานเสี่ยวเฟยร้อนใจขึ้นมา และเมื่อชายผู้นั้นตะโกนขึ้นมา ก็หันมองไปยังฟาเทียนที่กำลังจ้องมองมาด้วยแววตาโกรธแค้น
ฟาเทียนกัดฟันพูดออกมาว่า “ผู้อาวุโสจะต้องมาช่วยข้าแน่!”
“เจ้าหนุ่ม ช่างปากแข็งดีนัก!” เมื