งอยู่ด้านหน้า
เมื่อสวีเตาเห็นว่าบาดแผลของตนดีขึ้น จึงจำต้องนำทางอยู่ด้านหน้าด้วยความลำบากใจ
คนของสำนักแมลงวิญญาณกลับรู้สึกงุนงง โดยเฉพาะผู้อาวุโสภายในตำหนัก ผู้อาวุโสบางคนถึงกับเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เจ้าหนุ่มผู้นี้ เหตุใดจึงสามารถรักษาให้แก่ผู้อาวุโสได้?”
“แท้จริงแล้วเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?”
“หรือเขาคิดจะไว้ชีวิตผู้อาวุโส?”
ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น เจ้าสำนักจึงพูดกับรูปปั้นมด “เขาถูกควบคุมเสียแล้ว”
“ว่าอย่างไรนะ?” คนเหล่านี้ต่างเบิกตากว้างอย่างรู้สึกคาดไม่ถึง
เจ้าสำนักจึงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมขึ้นมาว่า “เอาล่ะ พวกเจ้าอยู่ที่นี่เสียก่อน อย่าออกไปที่ใดเด็ดขาด!”
เมื่อพูดจบ รูปปั้นมดนั้นก็บินออกไปจากภาพพรางตาสีดำและหายตัวไป
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่กำลังเดินทางไปยังภูเขารากวิญญาณแมลง ซูฮวาอวิ๋นก็พูดขึ้นมาด้วยความกังวลใจ “ผู้อาวุโสคนนี้ จะหลอกพวกเราหรือไม่?”
“วางใจเถิด เขาถูกจับแล้ว”
ซูฮวาอวิ๋นได้ยินเช่นนั้นจึงขมวดคิ้วมุ่น “เช่นนั้น เจ้าคิดจะไปทำสิ่งใดที่ภูเขารากวิญญาณแมลง?”
“หลวงจีนถูกของสิ่งนั้นพาตัวไป ข้าต้องไปช่วยเขากลับมา” ลู่เฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เช่นนั้น ให้ข้าเรียกคนของเมืองฮวาเทียนมาช่วยไม่ดีหรือ?” ซูฮวาแนะนำ
ชายหนุ่มส่ายหัว “ไม่จำเป็น!”
ซูฮวาอวิ๋นไม่รู้ว่าควรทำสิ่งใดต่อไป จึงทำได้เพียงติดตามไปอย่างเงียบ ๆ
ในขณะที่ผู้เฒ่ามู่ที่อยู่ในมุมหนึ่งรู้สึกสงสัยขึ้นมา “