ของตน
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเอ่ยบางอย่างออกมาว่า “พลังเพียงเท่านี้หรือ?”
“เหตุใดการโจมตีของข้าจึงไม่เป็นผลกับเจ้า?” น้ำเสียงภายในร่างของหานเสี่ยวเฟยเต็มไปด้วยความสงสัย
“เพราะว่าเจ้าอ่อนแอเกินไป!” สิ้นคำนั้น เขาก็นำคันธนูออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเล็งไปยังหานเสี่ยวเฟย
เสียงภายในร่างของหานเสี่ยวเฟยตะโกนขึ้นมาว่า “ข้าเป็นแมลงอมตะ เจ้าสังหารข้าไม่ได้!”
“หากฆ่าไม่ตาย แต่ข้าก็มีวิธีจัดการกับเจ้า!” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็เพิ่มพลังต่อไป ขณะเดียวกันค่ายกลรอบ ๆ นี้ก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อลู่เฉินปล่อยสายธนูออกไป รอบ ๆ ค่ายกลพลันเกิดสายฟ้าสว่างวาบขึ้นมา ฟาดลงไปยังร่างกายของหานเสี่ยวเฟย และธนูนั้นก็แทงเข้าไปในร่างของหานเสี่ยวเฟย
คนของสำนักแมลงวิญญาณตกตะลึง แต่เสียงในร่างของหานเสี่ยวเฟยยังคงคำรามออกมา ดูเหมือนทั้งร่างกายนั้นจะไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ “ข้าบอกแล้วว่าตัวข้าฆ่าไม่ตาย!”
ภาพดังกล่าวทำให้คนของสำนักแมลงวิญญาณรู้สึกราวกับมีความหวังขึ้นมา
สวีเตาถอนหายใจด้วยความโล่งใจ “แมลงอมตะ ช่างเก่งกาจนัก!”
ฟาเทียนและซูฮวาอวิ๋นกังวลใจขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร จึงได้แต่พึมพำออกมาว่า “แมลงอมตะนี้นับว่าไม่ง่ายนัก!”
ขณะที่ทุกคนกำลังรู้สึกว่าแมลงอมตะนี้ฆ่าไม่ตาย ลู่เฉินก็นำธนูออกมาอีกครั้งและรวบรวมพลัง อีกทั้งสายฟ้ายังคงสลับกันโจมตีต่อไป
เสียงภายในร่างของหานเสี่ยวเฟยหัวเราะลั่น “อย่าสิ้นเปลืองพลังนักเล