มหนึ่ง
ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้มแล้วจึงเดินต่อไปข้างหน้า จากนั้นด้านหลังของประตูหินก็ปรากฏค่ายกลหนึ่งขึ้นมา ค่ายกลนี้ค่อนข้างมืด จนไม่สามารถมองเห็นนิ้วมือทั้งห้าได้
ทว่าชายหนุ่มยังคงมีท่าทีนิ่งเฉยเช่นเดิม และเพียงมองไปรอบ ๆ
เสียงของหญิงสาวดังสะท้อนขึ้นมา “อย่าสิ้นเปลืองพลังนักเลย สถานที่นี้ของข้า ถึงแม้จะเป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียน ก็ไม่สามารถหาทางเข้าได้และไม่สามารถตามหาข้าพบได้!”
“นั่นคือพวกเขา ไม่ใช่ข้า”
“ถึงแม้ว่าท่านจะเก่งกาจ แต่ก็น่าจะคิดได้นะ”
ผู้ใดจะรู้ว่ายังไม่ทันพูดจบ ลู่เฉินก็เดินเข้าไปยังสถานที่หนึ่ง หลังจากพุ่งตัวเข้าไปแล้วก็พบว่ามันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่
ภายในห้องโถงนี้ มีหญิงสาวนางหนึ่งซึ่งรอบตัวมีกองขวดและไหอยู่ข้าง ๆ
เห็นเพียงขวดและไหห้าหกสีเหล่านี้ และหญิงสาวที่ดูแล้วมีอายุราวยี่สิบกว่า ๆ นางสวมชุดคลุมยาวสีเขียวไว้อีกชั้นหนึ่ง และมือทั้งสองยังสวมถุงมือสีขาว ขณะเดียวกันมือทั้งสองข้างถือสมุนไพรเอาไว้ ราวกับกำลังพิจารณาอันใดบางอย่าง
เมื่อนางเห็นลู่เฉินเดินเข้ามา ก็พลันตกตะลึงนิ่งอึ้งในบัดดล
ชายหนุ่มพินิจมองใบหน้าของนาง และพบว่าใบหน้าของนางขาวมาก ขาวจนน่ากลัว ราวกับไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง และเส้นผมยังขาวโพลนไปเกือบหมด
“ดูเหมือนว่าเจ้าป่วยหนักนะ” เขากล่าวพลางมองหญิงสาวตรงหน้า
นางวางสมุนไพรในมือลง และมองชายหนุ่มด้วยสายตาประหลาดใจ “เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?”
“เพียงแค่เดินเข้ามาเท่านั้น”