แต่ยุ่งอยู่กับงานของตัวเองต่อ
เมื่อลู่เฉินปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็มาถึงโรงเตี๊ยมที่ช่างตีเหล็กคนเก่าเคยอยู่ และหลังจากสอบถามที่นั่นแล้วก็ได้รู้จากพวกเขาว่า ช่างตีเหล็กหนุ่มจะมาดื่มสุราและซื้อสุราจากที่นี่ทุกวัน
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปหาเสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยม “เช่นนั้น ข้าขอถามบางอย่าง”
“คุณชายลู่ ท่านถามมาเถิดขอรับ” เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวเอ้อร์รู้จักลู่เฉิน เขาจึงถามด้วยรอยยิ้ม
“เอาล่ะ เหล่าเถี่ยของร้านตีเหล็กมาดื่มสุราที่นี่ทุกวันหรือ?”
“ขอรับ!”
“แล้วเขาดื่มสุราอันใด? นอกจากนี้ เขาใส่สุราอันใดลงในน้ำเต้า?” เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าเหุตใดเหล่าเถี่ยถึงมาที่นี่ทุกวัน
เสี่ยวเอ้อร์หัวเราะและพูดว่า “ที่ดื่มคือสุราขึ้นชื่อของเรา สุราหอมหนึ่งราตรี ส่วนที่ใส่กลับไปมีเพียงเถ้าแก่เนี้ยเท่านั้นที่รู้”
“เถ้าแก่เนี้ย?”
“ใช่ เถ้าแก่เนี้ยของเราเป็นปรมาจารย์การหมักสุรา และช่างตีเหล็กชราคนนั้นก็ชอบใช้ไหของตัวเองเก็บสุราที่เถ้าแก่เนี้ยของพวกเราหมักและดื่มวันไห มิฉะนั้นสุราจะสูญเสียประสิทธิภาพหากเก็บไว้นานเกินไป” เสี่ยวเอ้อร์อธิบาย
ลู่เฉินรู้สึกสงสัย “สุรานั้น ยิ่งเก็บไว้นานเท่าใด ความกลมกล่อมก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เหตุใดมันถึงสูญเสียประสิทธิภาพหากเก็บไว้นานเกินไป”
“สุราที่เถ้าแก่เนี้ยของพวกเราหมักมีชื่อว่าหอมหนึ่งราตรี นั่นก็คือ มีกลิ่นหอมเพียงวันเดียวเท่านั้น พอผ่านไปหนึ่งวันก็จะสูญเสียความหอมและ