ีเหล็กทีละตัว และหลังจากนั้นไม่นาน พวกมันก็เข้าไปในร้านของช่างตีเหล็กผ่านหน้าต่างและรอยร้าวของประตู
ชั้นแรกของร้านตีเหล็กดูเหมือนกับร้านทั่วไป ไม่มีความแตกต่างใด ๆ ทั้งสิ้น
จากนั้นแมลงก็ขึ้นไปที่ชั้นสอง
บนชั้นสองมีห้องนั่งเล่นของช่างตีเหล็กหนุ่ม และอีกฝ่ายกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น
เมื่อไม่เห็นสิ่งผิดปกติ ลู่เฉินก็ปล่อยให้แมลงตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ขึ้นไปที่ชั้นสาม ทว่าชั้นสามกลับมีค่ายกล
โชคดีที่เขาเห็นข้อบกพร่องในค่ายกลนี้ได้อย่างรวดเร็ว และใช้ข้อบกพร่องทำให้แมลงเหล่านั้นเข้าไปในค่ายกลได้อย่างง่ายดาย จนกระทั่งมาถึงทางเดินบนชั้นสาม
ทางเดินนี้ว่างเปล่าและมืดมน
แต่ลู่เฉินกลับรู้สึกถึงการมีอยู่ของชายผู้นี้ได้อย่างรวดเร็วด้วย ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ดังนั้นเขาจึงควบคุมแมลงให้ไปที่นอกห้อง และค่อย ๆ ลอดผ่านช่องประตู
ภายในห้องนี้ คนผู้นั้นกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่
ทว่าชายผู้นี้กลับมีแสงสีทองเปล่งประกายออกมาทั่วร่างของเขา มันสว่างไสวมาก เจิดจ้าเสียจนทำให้มองไม่เห็นสิ่งที่เขากำลังทำอยู่
“ผู้ใด!” คนผู้นี้พบแมลงเหล่านั้นทันที เพียงการโบกมือครั้งหนึ่ง แสงสีทองก็กระทบกับแมลงเหล่านั้น ทำให้พวกมันทั้งหมดตายลงในบัดดล
จิตวิญญาณของลู่เฉินกลับคืนสู่ร่าง และเขาก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยทันที “ชายผู้นี้มีการรับรู้ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง”
ทว่าชายหนุ่มไม่ได้ไปที่ร้านตีเหล็กทันที เขาวางค่ายกลอยู่ในจวนตระกูลลู่ และไม่ออกจา